Home > AERO ARTICLES > ธุรกิจการบิน > B747 กำลังจะแพ้ A380

B747 กำลังจะแพ้ A380

 

ทันทีที่สายการบินการูด้า (Garuda) ของประเทศอินโดนีเซียปลดการใช้งานเครื่องบินจัมโบ้ B747 ของบริษัทโบอิ้ง เป็นที่ทราบทันทีว่าจำนวนเครื่องบินโบอิ้งที่ให้บริการอยู่มีจำนวนน้อยกว่าเครื่องบินสองชั้นของบริษัทแอร์บัสคือ A380

เดือนตุลาคมเป็นเดือนครบรอบ 10 ปีของการให้บริการของเครื่องบินแอร์บัส A380 โดยระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทแอร์บัสแห่งยุโรปได้ส่งมอบเครื่องบินรุ่นนี้แล้วจำนวน 216 เครื่องให้กับบริษัทหรือสายการบินลูกค้า 13 แห่ง ซึ่งขณะนี้เครื่องบิน A380 จำนวน 213 เครื่องกำลังให้บริการการบิน ขณะที่อีก 2 เครื่องของสายการบินสิงค์โปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airline) งดทำการบินเนื่องจากอยู่ระหว่างการส่งเครื่องคืนหลังจากการเช่าและอีกหนึ่งเครื่องบินเป็นของสายการบินแอร์ฟรานซ์ (Air France) งดทำการบินเช่นกันเนื่องจากปัญหาข้อขัดข้องด้านเครื่องยนต์

เมื่อครั้งที่เครื่องบิน A380 เริ่มให้บริการในปี พ.ศ.2550 (ค.ศ.2007) จำนวนเครื่องบิน B747 ลักษณะรูปแบบบรรทุกผู้โดยสาร (Passenger Configuration) มีจำนวน 550 เครื่อง และเมื่อเวลาผ่านไปจำนวนเครื่องบิน A380 มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งตรงข้ามกับจำนวนเครื่องบิน B747 มีจำนวนการให้บริการลดลงเรื่อยๆ แม้ว่าจะมีการสร้างเครื่องบินรุ่นนี้อยู่ตลอดมา

จากข้อมูลของ Flight Fleet Analyzer แสดงให้เห็นถึงเมื่อสายการบินการูด้าปลดเครื่องบิน B747 ออกจากการใช้งานแล้ว จะเหลือเครื่องบิน B747 ลักษณะรูปแบบบรรทุกผู้โดยสาร จำนวน 209 เครื่องที่ใช้งานตามสายการบินต่างๆ แต่จะมีเครื่องบิน B747 อีก 326 เครื่องในลักษระรูปแบบขนส่งสินค้า (Fright) การขนส่งบุคคลสำคัญ (VIP) และรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่การขนส่งผู้โดยสาร ดังนั้น เมื่อรวมจำนวนเครื่องบิน B747 และ A380 ด้วยกันมีจำนวน 423 เครื่อง โดยทำให้ทราบต่อไปอีกว่าจำนวนเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่มีจำนวนลดลงในรอบศตวรรษที่ผ่านมา

นายริชาร์ต อีแวนส์ ที่ปรึกษาอาวุโสของ Flight Ascend Consultancy กล่าวถึงบริษัทแอร์บัสได้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันและเข้าแทนที่ของตลาดเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ B747 แต่อย่างไรก็ตามตลาดการแข่งขันยังคงดุเดือดและเปลี่ยนรูปแบบเครื่องบินเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่แบบทางเดินเดี่ยวและทางเดินคู่ที่มีจำนวนที่นั่ง 300 ที่นั่ง

บริษัทโบอิ้งก็มิได้นิ่งเฉย ได้ทำการส่งมอบเครื่องบินตระกูล 747-8 ที่มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ จำนวนน 118 เครื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 (ค.ศ.2011) โดยเป็นเครื่องบิน B747-8F สำหรับการขนส่งสินค้า จำนวนมากสุดถึง 74 เครื่อง มีเพียง 3 สายการบินที่สั่งซื้อเครื่องบินโดยสาร B747-8I คือสายการบินแอร์ไชน่า (Air China) สายการบินโกเรียนแอร์ (Korean Air) และสายการบินลุฟฮันซ่า (Lufhansa)  รวมเป็นจำนวน 44 เครื่อง

สายการบินที่พึ่งได้รับการส่งมอบเครื่องบิน B747-8I คือสายการบินโกเรียนแอร์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม2560 โดยปัจจุบันมียอดสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นนี้จำนวน 17 เครื่อง รวมถึงเครื่องบินโดยสาร B747-8I สำหรับบุคคลสำคัญ สิ่งเหล่านี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงบริษัทโบอิ้งยังสามารถรักษาระดับการสั่งซื้อเครื่องบินแบบจัมโบเจ็ตไว้ได้

นายคริส เซมอร์ (Chris Seymor) หัวหน้าที่ปรึกษาอาวุโสของ Flight Ascend Consultancy กล่าวถึงการสั่งซื้อเครื่องบินแบบ B747-8I มีข้อจำกัด เนื่องจากภาพสะท้อนของตลาดและเป็นการแทนที่เครื่องบิน B747-400 ด้วยเครื่องบินแบบ B747-8I หรือ A380 อีกทั้งสายการบินต่างๆ พยายามลดขนาดของสายการบินในลักษณะการใช้งานเครื่องบินแบบ 2 เครื่องยนต์ ที่สามารถให้การบริการด้านการบินที่เพิ่มความถี่การบินได้มากขึ้นและสามารถเพิ่มเส้นทางการบินได้อีก อันเป็นเหตุให้ในปัจจุบันมีการสนใจเครื่องบิน B777X และ A350-1000 ในอีก 3 ปีข้างน้า อีกทั้งบริษัทโอบิ้งได้ตัดสินใจที่ลดการผลิตเครื่องบิน B747 เหลือเพียง 6 เครื่องต่อปี ตามความต้องการของเครื่องบินรุ่นนี้แบบบรรทุกสินค้า

จากข้อมูลของ Flight Fleet Analyzer พบว่าสายการบินบริติสแอร์เวย์ (British Airways) เป็นสายการบินที่มีเครื่องบิน B747 ให้บริการจำนวนมากสุด 36 เครื่อง รองลงมาคือสายการบินลุฟฮันซา 32 เครื่อง เป็นแบบ B747-400 จำนวนน 13 เครื่อง และ B747-8I จำนวน 19 เครื่อง สายการบินเคแอลเอ็ม (KLM) จำนวน 15 เครื่องทั้งหมดเป็นรุ่น B747-400 และสายการบินโกเรียนแอร์ มี 14 เครื่อง เป็นรุ่น B747-400 จำนวน 4 เครื่องและรุ่น B747-8I จำนวนน 10 เครื่อง

สำหรับในเดือนต่อๆ ไป จำนวนของเครื่องบินโดยสารแบบ B747 จะลดลงอีก เนื่องจากสายการบินหลักของสหรัฐอเมริกาคือเดลต้าแอร์ไลน์ (Delta Airlines)  ที่มีเครื่องบินรุ่นนี้อยู่ 7 เครื่องและสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ (United Airlines) มีจำนวน 10 เครื่อง จะยกเลิกการใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ โดยสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์จะยกเลิกในเดือนพฤศจิกายนและสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ยกเลิกในเดือนธันวาคม

 

ที่มาของข่าวและภาพ : http://www.flightglobal.com

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

แปลและเรียบเรียงข่าว : นาวาอากาศเอก ดร.พนม อินทรัศมี

Share on Facebook1Tweet about this on TwitterShare on Google+0Share on LinkedIn0Email this to someonePrint this page