เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้ส่งทหารพลร่ม 6 นาย และเจ้าหน้าที่แพทย์ทหาร 2 นาย จากหน่วย 16 Air Assault Brigade เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกาะ Tristan da Cunha โดยทีมแพทย์ดังกล่าวเดินทางถึงพื้นที่ด้วยภารกิจสุดพิเศษ หลังถูกทิ้งทางอากาศจากเครื่องบิน Airbus A400M ของกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF) ซึ่งถือเป็นภารกิจสนับสนุนด้านมนุษยธรรมด้วยการโดดร่มครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ RAF
ทีมช่วยเหลือเดินทางเป็นระยะทางกว่า 4,217 ไมล์ (6,788 กิโลเมตร) จากฐานทัพ RAF Brize Norton ไปยังเกาะ Ascension เพื่อแวะพัก ก่อนที่เครื่องบิน A400M หรือ Atlas C.1 จะบินต่ออีกกว่า 1,800 ไมล์ (2,900 กิโลเมตร) ไปยังจุดปล่อยกำลังพลกลางมหาสมุทร โดยระหว่างทางยังมีการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศผ่านการบินประกบกับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง RAF Voyager อีกด้วย
Atlas กับภารกิจส่งมอบความช่วยเหลือสุดพิเศษของกองทัพอังกฤษและ RAF

Tristan da Cunha ถือเป็นดินแดนโพ้นทะเลที่โดดเดี่ยวที่สุดของสหราชอาณาจักร และยังถูกขนานนามว่าเป็น “เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ซึ่งห่างไกลที่สุดในโลก” ข้อจำกัดด้านการเดินทางทำให้ภารกิจครั้งนี้ต้องใช้วิธีเดินทางสุดท้าทาย เนื่องจากหมู่เกาะภูเขาไฟแห่งนี้อยู่ห่างไกลมากและไม่มีสนามบินเลย วิธีเดินทางปกติของประชากรทั้ง 221 คนบนเกาะมีเพียงทางเรือเท่านั้น และไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอื่นรองรับ
เกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ใกล้ที่สุดคือเกาะเซนต์เฮเลนา ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 1,490 ไมล์ (2,400 กิโลเมตร) ขณะที่ทวีปแอฟริกาใต้ก็อยู่ห่างออกไปมากกว่า 1,740 ไมล์ (2,800 กิโลเมตร) กลางมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ สภาพอากาศในพื้นที่แห่งนี้สามารถรุนแรงได้อย่างมาก โดยทหารพลร่มต้องเผชิญกระแสลมที่อาจพัดกระโชกเกิน 25 ไมล์ต่อชั่วโมง (40 กม./ชม.) ระหว่างภารกิจเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ทีมจากกองทัพบกอังกฤษและกองทัพอากาศ RAF สามารถปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ พร้อมส่งมอบความช่วยเหลือสำคัญให้แก่ประชาชนบนเกาะ Tristan da Cunha ภารกิจดังกล่าวถูกเปิดตัวขึ้นโดยเฉพาะ หลังปริมาณออกซิเจนบนเกาะลดลงสู่ระดับวิกฤต เนื่องจากอาการของผู้ป่วยติดเชื้อ Hantavirus หรือ “ไวรัสหนู” กำลังทรุดหนักลง
ขณะที่ทีมแพทย์ทหารกระโดดร่มลงสู่เกาะ เครื่องบิน A400M ยังได้ทิ้งถังออกซิเจนและเวชภัณฑ์รวมหนักกว่า 3.3 ตันลงสู่พื้นที่พร้อมกัน ก่อนออกจากน่านฟ้าในเวลาต่อมา โดยในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกระทรวงกลาโหมอังกฤษ รัฐมนตรีต่างประเทศ Yvette Cooper กล่าวว่า…
“ดิฉันขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อกำลังพลจากทุกเหล่าทัพและกองทัพอากาศ RAF … ปฏิบัติการอันน่าทึ่งครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของเราในการดูแลประชาชนในดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร และพลเมืองชาวอังกฤษ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ ณ ที่ใดก็ตาม” — Yvette Cooper”
กระโดดออกจากเครื่องบินกลางมหาสมุทร: ภารกิจส่งกำลังทางอากาศสุดเสี่ยง

รัฐบาลท้องถิ่นและชาวเกาะ Tristan da Cunha ให้การต้อนรับเหล่าทหารพลร่มอย่างอบอุ่น พร้อม “จัดเต็มทุกวิถีทางในเวลาอันสั้น” เพื่อรองรับภารกิจฉุกเฉินครั้งนี้ พลจัตวา Ed Cartwright ผู้บัญชาการหน่วย 16 Air Assault Brigade ให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า ทีมปฏิบัติการได้กระโดดร่มจากจุดเหนือมหาสมุทรที่อยู่ห่างจากเกาะราว 3 ไมล์ (5 กิโลเมตร) โดยกระแสลมแรงบังคับให้พลร่มต้องหันเข้าสู่ทิศทางลมและอาศัยแรงลมพาตัวลอยจากบริเวณนอกชายฝั่ง ก่อนลงแตะพื้นบริเวณขอบเกาะภายในพื้นที่ลงจอดขนาดแคบ
Cartwright กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจนี้ต้องอาศัยความแม่นยำจากทุกคนในทีมอย่างสูง เพื่อให้ทั้งกำลังพลและพัสดุทุกชิ้นลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัย พร้อมกล่าวว่า “หากคำนวณผิดพลาด ผลลัพธ์ก็คือคุณจะจบลงกลางมหาสมุทรแอตแลนติก” อย่างไรก็ตาม ทหารพลร่มทั้ง 6 นายสามารถเดินทางถึงเกาะได้อย่างปลอดภัยโดยไม่มีอุบัติเหตุ พร้อมกับเวชภัณฑ์สำคัญทั้งหมด ขณะที่เครื่องบิน RAF A400M และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง Voyager ก็เดินทางกลับฐานได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน
Airbus A400M: พร้อมสำหรับทุกภารกิจ

ภารกิจส่งความช่วยเหลือพิเศษของ RAF เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถอันโดดเด่นหลายประการของ Atlas C.1 ซึ่งเป็นชื่อที่สหราชอาณาจักรใช้เรียกเครื่องบิน Airbus A400M แม้จะเป็นเครื่องบินลำเลียงแบบใบพัดเทอร์โบพร็อพ 4 เครื่องยนต์ แต่ A400M สามารถบินด้วยความเร็วเดินทางระดับ “ใกล้เคียงเครื่องบินเจ็ต” ที่ Mach 0.72 ทำให้สามารถเดินทางระยะไกลได้รวดเร็วกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างมาก นอกจากนี้ พิสัยการบินที่ไกลและความสามารถในการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ ยังทำให้เครื่องบินรุ่นนี้เป็นกำลังหลักที่เชื่อถือได้สำหรับภารกิจลำเลียงทางอากาศทั่วโลก
เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพทั้ง 4 เครื่องติดตั้งใบพัดแบบ scimitar จำนวน 8 ใบ ซึ่งให้ทั้งกำลังและเสถียรภาพที่จำเป็นสำหรับการปล่อยพลร่มออกจากเครื่องบินอย่างปลอดภัย แม้ในสภาพลมแรงเหนือเกาะห่างไกล ขณะเดียวกัน ระบบควบคุมแบบ fly-by-wire และซอฟต์แวร์คำนวณการปล่อยสัมภาระทางอากาศ ยังช่วยให้การส่งกำลังและเวชภัณฑ์มีความแม่นยำสูง แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทายอย่างยิ่งก็ตาม
ที่มา
https://simpleflying.com/raf-a400m-airdrops-medics-tristan-da-cunha-hantavirus/