Home NewsBoeing ส่งเครื่องบิน 777-9 ลำแรกจากสายการผลิต บินทดสอบ 11 ชั่วโมงสู่เส้นทางขั้วโลกเหนือ

Boeing ส่งเครื่องบิน 777-9 ลำแรกจากสายการผลิต บินทดสอบ 11 ชั่วโมงสู่เส้นทางขั้วโลกเหนือ

by ThaiAero Admin

เครื่องบิน Boeing 777-9 ลำแรกจากสายการผลิต ทะเบียน N20080 ซึ่งใช้รหัสทดสอบ WH128 มีกำหนดปฏิบัติการบินทดสอบระยะไกลจากท่าอากาศยานสโนโฮมิชเคาน์ตี (Snohomish County Airport: PAE) โดยมุ่งหน้าไปยังบริเวณขั้วโลกเหนือ เส้นทางบินตามแผนครอบคลุมพื้นที่ทางเหนือถึงละติจูด 85 องศาเหนือ หรืออยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือทางภูมิศาสตร์ประมาณ 300 ไมล์ทะเล (556 กิโลเมตร) ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดยบัญชี Boeing 777Xlovers บนแพลตฟอร์ม X ซึ่งระบุว่า เที่ยวบินทดสอบครั้งนี้จะใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมง 14 นาที และนับเป็นหนึ่งในภารกิจบินทดสอบที่มีระยะเวลาและเส้นทางการบินยาวนานที่สุดของเครื่องบินมาตรฐานจากสายการผลิตที่เข้าร่วมโครงการพัฒนา Boeing 777X

แตกต่างจากเครื่องบินที่ใช้สำหรับการบินทดสอบโดยเฉพาะของ Boeing เครื่องบินทะเบียน N20080 เป็น Boeing 777-9 ลำแรกจากสายการผลิตจริงที่ได้รับการประกอบในรูปแบบเดียวกับเครื่องบินที่จะส่งมอบให้สายการบินลูกค้า โดยอากาศยานลำนี้ถูกผลิตขึ้นสำหรับสายการบิน Lufthansa และเพิ่งเสร็จสิ้นการบินครั้งแรก (First Flight) ก่อนเข้าสู่กระบวนการทดสอบและรับรองมาตรฐาน (Certification and Validation) ที่ Boeing ยังคงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน Boeing ระบุว่า ฝูงบินที่ใช้ในโครงการทดสอบ 777-9 ได้สะสมชั่วโมงบินทดสอบรวมแล้วมากกว่า 4,700 ชั่วโมง ขณะที่โครงการ 777X มียอดคำสั่งซื้อสะสมมากกว่า 620 ลำ ครอบคลุมเครื่องบินในตระกูล 777X ทั้งหมด นอกจากนี้ Boeing ยังระบุว่า การนำเครื่องบินจากสายการผลิตจริงอย่าง N20080 เข้าร่วมการบินทดสอบ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในขั้นตอนสุดท้ายของการรับรองแบบอากาศยาน รวมถึงเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มทยอยส่งมอบเครื่องบินให้แก่ลูกค้าในอนาคต

ปฏิบัติการบินในพื้นที่ละติจูดสูงทางตอนเหนือ

เที่ยวบินที่ปฏิบัติการในพื้นที่ละติจูดสูงทางตอนเหนือมีความแตกต่างจากเที่ยวบินระยะไกลทั่วไป เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการบินจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่ออากาศยานเข้าใกล้บริเวณขั้วโลกเหนือ ทั้งระบบนำร่อง ระบบสื่อสาร และการวางแผนเส้นทางบิน ล้วนต้องคำนึงถึงปัจจัยเฉพาะที่แตกต่างจากการปฏิบัติการในพื้นที่ละติจูดต่ำ

บริเวณใกล้ขั้วโลก สนามแม่เหล็กโลกมีลักษณะบรรจบกัน ทำให้การอ้างอิงทิศทางจากสนามแม่เหล็กมีความแม่นยำน้อยลง และค่าความคลาดเคลื่อนของทิศแม่เหล็ก (Magnetic Variation) เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้น เครื่องบินโดยสารสมัยใหม่จึงอาศัยระบบอ้างอิงเฉื่อย (Inertial Reference System: IRS) และการคำนวณทิศทางตามขั้วโลกจริง (True Heading) เพื่อรักษาความแม่นยำในการนำร่องระหว่างการบินในพื้นที่ละติจูดสูง ทั้งนี้ การบินที่ละติจูด 85 องศาเหนือ หมายความว่าอากาศยานอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือทางภูมิศาสตร์เพียงประมาณ 5 องศาเท่านั้น ซึ่งถือว่าอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่อาร์กติกตอนบน (High Arctic)

นอกจากระบบนำร่องแล้ว ระบบสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการปฏิบัติการบินในภูมิภาคอาร์กติกก็มีความแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไปเช่นกัน การบินทดสอบระยะเวลานานเหนือพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการสามารถประเมินประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ บนอากาศยานได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมและเงื่อนไขการปฏิบัติการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางบิน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการทดสอบและการรับรองอากาศยานรุ่นใหม่ ทั้งนี้ Simple Flying ได้ติดต่อ Boeing เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับภารกิจบินทดสอบดังกล่าว แต่จนถึงขณะเผยแพร่ข่าว ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากตัวแทนของบริษัท

บทบาทของเครื่องบินจากสายการผลิตในกระบวนการรับรองมาตรฐาน

เครื่องบินทะเบียน N20080 มีความแตกต่างจากเครื่องบินทดสอบ Boeing 777X รุ่นก่อนหน้า เนื่องจากเป็นอากาศยานที่ผลิตจากสายการผลิตจริง (Production-Standard Aircraft) ไม่ใช่เครื่องต้นแบบที่สร้างขึ้นเพื่อการทดสอบโดยเฉพาะ โดยทั่วไป เครื่องบินต้นแบบจะถูกใช้เป็นหลักในการรวบรวมข้อมูลสำหรับการพัฒนาและการรับรองแบบอากาศยาน (Certification) ขณะที่เครื่องบินจากสายการผลิตจริงจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถตรวจสอบและประเมินการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายใต้การติดตั้งและการกำหนดค่าที่ใกล้เคียงกับเครื่องบินที่จะส่งมอบให้แก่สายการบินลูกค้ามากที่สุด

Boeing เปิดเผยหลังจากการบินครั้งแรกของเครื่องบินทะเบียน N20080 ว่า อากาศยานลำนี้ได้รับการติดตั้งห้องโดยสารตามรูปแบบที่จะส่งมอบให้กับสายการบิน Lufthansa แทนการใช้ห้องโดยสารสำหรับการทดสอบโดยเฉพาะ ภายในเครื่องได้รับการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับให้บริการผู้โดยสารอย่างครบถ้วน ทั้งที่นั่งผู้โดยสารและระบบต่าง ๆ บนเครื่องบิน โดยไม่ได้ถอดห้องโดยสารเชิงพาณิชย์ออกเพื่อแทนที่ด้วยอุปกรณ์ทดสอบทางวิศวกรรมเหมือนเครื่องบินต้นแบบ นอกจากนี้ Boeing ยังระบุว่า การทดสอบในระยะต่อไปของ N20080 จะมุ่งเน้นการประเมินประสิทธิภาพของระบบภายในห้องโดยสารและระบบการเชื่อมต่อ (Connectivity) ควบคู่ไปกับการดำเนินงานด้านการรับรองแบบอากาศยานในภาพรวม

เครื่องบินทะเบียน N20080 ยังถือเป็นเครื่องบิน Boeing 777-9 ลำที่ 6 ที่ขึ้นบินได้สำเร็จ แต่เป็น ลำแรกที่ผลิตตามมาตรฐานสำหรับการส่งมอบให้ลูกค้า ความแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงการรับรองแบบอากาศยาน (Certification Program) มักจะเปลี่ยนจากการใช้เครื่องบินทดสอบทางวิศวกรรมโดยเฉพาะ มาใช้เครื่องบินที่ผลิตจากสายการผลิตจริงในช่วงท้ายของกระบวนการทดสอบ เพื่อยืนยันว่าระบบและสมรรถนะของอากาศยานเป็นไปตามมาตรฐานก่อนเริ่มการส่งมอบให้แก่สายการบินลูกค้า

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการรับรอง Boeing 777-9

โครงการรับรองแบบอากาศยาน (Certification Program) ของ Boeing 777-9 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องผ่านการทดสอบทั้งภาคพื้นดินและภาคการบินหลายขั้นตอน นับตั้งแต่เครื่องบินทำการบินครั้งแรกในเดือนมกราคม ปี 2020 โดยกระบวนการรับรองของ Boeing ครอบคลุมทั้งการใช้เครื่องบินทดสอบที่สร้างขึ้นเฉพาะสำหรับงานวิศวกรรม และเครื่องบินที่ผลิตจากสายการผลิตจริง เพื่อดำเนินภารกิจทดสอบตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบิน การทดสอบดังกล่าวครอบคลุมการประเมินระบบต่าง ๆ ของอากาศยาน สมรรถนะการปฏิบัติการ ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน (Avionics) ตลอดจนคุณลักษณะด้านการบังคับควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องบินเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยก่อนเข้าสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์

ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการระบุว่า Boeing ยังคงเดินหน้าสู่ขั้นตอนสำคัญในช่วงท้ายของกระบวนการรับรองแบบอากาศยานอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยว่าได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการทดสอบในขั้น TIA Phase 4B ซึ่งผู้บริหารของ Boeing ระบุว่าเป็นหนึ่งในช่วงการทดสอบภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) ที่มีขอบเขตใหญ่ที่สุดและเป็นส่วนสำคัญที่ยังเหลืออยู่ในกระบวนการรับรอง การได้รับอนุมัติครั้งนี้ทำให้ Boeing สามารถเดินหน้าการทดสอบและกิจกรรมด้านการรับรองเพิ่มเติมภายใต้การกำกับดูแลของ FAA ได้ต่อไป

Boeing ยังคงยืนยันเป้าหมายเดิมในการเริ่มส่งมอบเครื่องบิน 777-9 ให้แก่ลูกค้าภายในปี 2027 โดยบริษัทยังระบุว่า การทดสอบเพื่อขอการรับรองด้าน ETOPS (Extended-range Twin-engine Operational Performance Standards) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการปฏิบัติการบินระยะไกลของเครื่องบินสองเครื่องยนต์ ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับรองก่อนที่เครื่องบินจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ การนำเครื่องบินที่ผลิตจากสายการผลิตจริงเข้าร่วมภารกิจบินทดสอบถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้ Boeing สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดด้านการรับรองได้ครบถ้วน และเตรียมความพร้อมก่อนส่งมอบเครื่องบินให้แก่ลูกค้ารายแรก

ที่มา
https://simpleflying.com/boeing-1st-production-777-9-fly-toward-north-pole-11-hour-test/

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Related Articles

Leave a Comment