WestJet ได้เปิดให้บริการเที่ยวบิน ตรง (Nonstop) ครั้งแรกระหว่าง สนามบิน Toronto Pearson International (YYZ) และ สนามบิน Cardiff International (CWL) ซึ่งนับเป็นการเข้าสู่ตลาด เวลส์ (Wales) อย่างเป็นทางการครั้งแรกของสายการบิน และยังเป็นการกลับมาของเส้นทางบินตรงระหว่าง แคนาดา–เวลส์ อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี เที่ยวบินปฐมฤกษ์ด้วยเครื่องบิน Boeing 737 MAX 8 ออกเดินทางจากโตรอนโตเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 และเดินทางถึงเมืองคาร์ดิฟฟ์ในเช้าวันถัดมา โดย WestJet มีแผนให้บริการเส้นทางนี้ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตลอดช่วงฤดูท่องเที่ยวฤดูร้อนที่มีความต้องการเดินทางสูง
สนามบินคาร์ดิฟฟ์กลับมาเชื่อมต่อเส้นทางบินสู่แคนาดาอีกครั้ง หลังห่างหายไป 18 ปี

การเปิดเส้นทางครั้งนี้ถือเป็นการยุติช่วงเวลากว่า 18 ปี ที่ไม่มีเที่ยวบินตรงระหว่าง คาร์ดิฟฟ์และแคนาดา โดยสนามบินคาร์ดิฟฟ์เคยมีเที่ยวบินตรงสู่แคนาดาครั้งล่าสุดในปี 2008 เมื่อ Zoom Airlines ให้บริการเที่ยวบินไปยังโตรอนโต และเส้นทางผ่าน เบลฟาสต์ ไปยังแวนคูเวอร์ ก่อนหน้านั้น Air Transat เคยให้บริการเส้นทางสู่โตรอนโตจนถึงปี 2004
นับตั้งแต่นั้น ผู้โดยสารในเวลส์ต้องพึ่งพาสนามบินในพื้นที่ลอนดอน Bristol หรือ Manchester สำหรับการเดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นหลัก ช่องว่างดังกล่าวถูกมองมาโดยตลอดว่าเป็นจุดอ่อนของ Cardiff Airport ซึ่งเผชิญความท้าทายในการรักษาเส้นทางบินระยะไกลให้ดำเนินการได้อย่างยั่งยืน ก่อนหน้านี้ Qatar Airways เคยเปิดให้บริการเที่ยวบินจาก โดฮา ระหว่างปี 2018–2020 แต่มีรายงานว่าเส้นทางดังกล่าวพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงินจากภาครัฐค่อนข้างมาก และท้ายที่สุดต้องยุติลงในช่วงการระบาดใหญ่ การปิดตัวของเส้นทางนี้ยิ่งตอกย้ำข้อกังวลเกี่ยวกับความสามารถของสนามบินคาร์ดิฟฟ์ในการรองรับเส้นทางระยะไกลระหว่างประเทศ หากขาดเงินสนับสนุนหรือความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม เส้นทาง Toronto–Cardiff ของ WestJet ใช้แนวทางที่แตกต่างออกไป แทนที่จะพึ่งระบบฮับขนาดใหญ่และเครื่องบินลำตัวกว้าง สายการบินเลือกใช้ Boeing 737 MAX 8 ที่มีระยะบินและประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงสูง เปิดโอกาสให้เส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีความต้องการระดับปานกลาง ซึ่งเคยถูกมองว่าไม่คุ้มค่า สามารถเปิดให้บริการได้จริง เส้นทาง Toronto–Cardiff มีระยะทางประมาณ 5,500 กิโลเมตร และถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเครื่องบินลำตัวแคบ (Narrowbody) ที่ไกลที่สุดของ WestJet สำหรับยุโรป ขณะที่สนามบินคาร์ดิฟฟ์กำลังโปรโมตเส้นทางใหม่นี้ในฐานะ “ประตูสู่ทวีปอเมริกาเหนือ” อีกด้วย
Boeing 737 MAX ยังคงพลิกโฉมเครือข่ายเส้นทางบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

การเปิดเส้นทางสู่ คาร์ดิฟฟ์ สะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมการบิน ที่สายการบินเริ่มนำ เครื่องบินลำตัวแคบ (Narrowbody) มาใช้งานในเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมากขึ้น ซึ่งเดิมเคยต้องใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ ความก้าวหน้าด้านประสิทธิภาพของเครื่องบินช่วยให้สายการบินสามารถเชื่อมต่อเมืองรองในอเมริกาเหนือและยุโรปได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งสนามบินฮับขนาดใหญ่อีกต่อไป และ WestJet ก็กำลังเดินหน้ากลยุทธ์นี้อย่างจริงจังในช่วงฤดูร้อนปี 2026 โดยจะให้บริการ 5 เมืองในสหราชอาณาจักร ได้แก่ Cardiff, Edinburgh, Glasgow, London-Gatwick และ London-Heathrow ซึ่งหลายเส้นทางจะใช้ Boeing 737 MAX 8 รวมถึงเส้นทาง Cardiff ที่ให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว
นอกจากนี้ WestJet ยังขยายเครือข่ายด้วยจุดหมายปลายทางตามฤดูกาลเพิ่มเติม เช่น ลิสบอน, มาดริด, โคเปนเฮเกน, ปงตา เดลกาดา และเมเดยิน โดยผู้บริหารของสายการบินย้ำว่า ฝูงบิน 737 MAX เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตในภูมิภาคแคนาดาตะวันออก เนื่องจากช่วยให้สามารถทำกำไรในตลาดที่มีความต้องการเดินทางระดับปานกลางแต่สม่ำเสมอได้ สำหรับผู้โดยสาร สิ่งนี้หมายถึงโอกาสเข้าถึงเที่ยวบินตรงจากสนามบินภูมิภาคมากขึ้น ขณะที่สนามบินอย่าง Cardiff ก็จะได้รับประโยชน์ทั้งด้านการท่องเที่ยว การเชื่อมโยงธุรกิจ และการยกระดับภาพลักษณ์ในระดับนานาชาติ
Cardiff Airport กับโอกาสเดิมพันครั้งใหญ่สู่เวทีการบินระหว่างประเทศ

ความสำเร็จของเส้นทาง Toronto–Cardiff อาจส่งผลต่อการวางตำแหน่งระยะยาวของ Cardiff Airport ในตลาดการบินของสหราชอาณาจักร แม้สนามบินแห่งนี้จะมีจำนวนผู้โดยสารน้อยกว่าสนามบินขนาดใหญ่ในอังกฤษ แต่ก็รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้ง เซาท์เวลส์และพื้นที่ตะวันตกของอังกฤษ เจ้าหน้าที่สนามบินและตัวแทนรัฐบาลเวลส์มองว่าบริการใหม่นี้เป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ด้าน การท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างเวลส์กับแคนาดา นอกจากนี้ Toronto Pearson (YYZ) ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเดินทางในอเมริกาเหนือ ทำให้เจ้าหน้าที่คาร์ดิฟฟ์คาดหวังว่าเส้นทางใหม่นี้จะดึงดูดนักเดินทางชาวเวลส์ที่มีจุดหมายปลายทางอื่นนอกเหนือจากโตรอนโตด้วย
เสียงตอบรับในช่วงแรกของการเปิดเส้นทางถือว่าเป็นไปในทิศทางบวก โดยเฉพาะจากความหมายเชิงสัญลักษณ์ของการนำเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกลับคืนสู่เวลส์อีกครั้ง ภาพจากเที่ยวบินปฐมฤกษ์เผยให้เห็นการเฉลิมฉลองและความสนใจอย่างมากจากคนในพื้นที่ ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังจับตาดูว่าเส้นทางดังกล่าวจะสามารถรักษาอัตราการบรรทุกผู้โดยสารในระดับที่ดีได้หรือไม่ และมีโอกาสกลับมาให้บริการในฤดูร้อนปีต่อ ๆ ไปหรือเปล่า
ผลลัพธ์สุดท้ายจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้ง ราคา จำนวนผู้โดยสารเชื่อมต่อ และความต้องการเดินทางที่ต่อเนื่องจากทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ผ่านมาเส้นทางระยะไกลของ Cardiff มักเผชิญความท้าทายด้านความคุ้มค่าทางธุรกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพด้านต้นทุนของ Boeing 737 MAX รวมถึงกลยุทธ์ขยายเครือข่ายยุโรปของ WestJet อาจช่วยสร้างรากฐานที่มีความเป็นไปได้มากขึ้นสำหรับการรักษาเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในอนาคต เมื่อเทียบกับหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ที่มา
https://simpleflying.com/westjet-launches-1st-ever-737-max-uk-19th-busiest-airport/
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้