Home Newsชายรายหนึ่งถูกตั้งข้อหา หลังพบระเบิดจริงพร้อมตัวตั้งเวลา 15 นาที ก่อนเที่ยวบินของ American Airlines

ชายรายหนึ่งถูกตั้งข้อหา หลังพบระเบิดจริงพร้อมตัวตั้งเวลา 15 นาที ก่อนเที่ยวบินของ American Airlines

by ThaiAero Admin

ผู้โดยสารของสายการบิน American Airlines รายหนึ่ง ถูกคณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตั้งข้อหา หลังถูกตรวจพบว่าครอบครองวัตถุระเบิดและอาวุธอื่น ๆ ก่อนพยายามขึ้นเครื่องบินในเที่ยวบินจากเมือง Sacramento รัฐแคลิฟอร์เนีย ไปยังเมือง Charlotte รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวคือ คิมานี โอซายานเด โจนส์ (Kimani Osayande Jones) วัย 49 ปี ซึ่งถูกตั้งข้อหารวม 3 กระทง ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2026

โจนส์ถูกสกัดไม่ให้ขึ้นเครื่องบินตามแผนการเดินทาง หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ของ Transportation Security Administration ตรวจพบสิ่งผิดปกติที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัยก่อนขึ้นเครื่อง การหยุดยั้งดังกล่าวถือเป็นการดำเนินการที่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากผลการตรวจสอบทรัพย์สินของเขาในภายหลังพบว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุระเบิดที่ตรวจพบนั้น มีศักยภาพมากพอที่จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อผู้โดยสารและลูกเรือ รวมถึงอาจทำให้เกิด ภาวะสูญเสียความดันภายในห้องโดยสาร (Cabin Depressurization) ได้ ต่อไป เราจะพาไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าเหตุการณ์และกระบวนการดำเนินคดีในกรณีนี้เป็นอย่างไร

การป้องกันเหตุการณ์อันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานของ Los Angeles Times ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ โจนส์ถูกตรวจพบที่จุดตรวจรักษาความปลอดภัยของสนามบิน Sacramento International Airport เมื่อเวลาประมาณ 21:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ของวันที่ 30 พฤษภาคม ก่อนการตรวจค้น เขาได้สร้างข้อสงสัยให้แก่เจ้าหน้าที่จากลักษณะการแต่งกาย เนื่องจากสวมอุปกรณ์ปกปิดใบหน้าและถุงมือยางสีน้ำเงิน (Blue Latex Gloves) เมื่อเจ้าหน้าที่พบสิ่งของต้องสงสัยในสัมภาระ โจนส์อ้างว่าไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าของตน และเสนอที่จะทิ้งสิ่งของเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ภายหลังเขาถูกจับกุม หลังจากปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือในการให้สัมภาษณ์หรือสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

ตามแถลงการณ์ของ Transportation Security Administration ที่เผยแพร่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้มีมติ ตั้งข้อหาโจนส์รวม 3 กระทง นอกจากข้อหา พยายามนำอุปกรณ์ทำลายล้าง (Destructive Device) ขึ้นสู่อากาศยาน แล้ว เขายังถูกตั้งข้อหาเพิ่มเติมในข้อหา ครอบครองวัตถุระเบิดภายในสนามบินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และ พยายามนำอาวุธอันตรายหรือวัตถุระเบิดขึ้นสู่อากาศยาน ทั้งนี้ TSA ระบุว่า:

“อุปกรณ์ระเบิดดังกล่าวถูกนำออกไปอย่างปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดของสำนักงานนายอำเภอเขตซาคราเมนโต และเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดพิเศษของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) … จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าทั้งสารระเบิดชนิดผงและชนวนจุดระเบิดสามารถใช้งานได้จริงและมีคุณสมบัติในการก่อให้เกิดการระเบิด”

สัมภาระติดตัวที่สร้างความตื่นตระหนก

ดังที่ปรากฏในภาพหลักฐานข้างต้น กระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่องของโจนส์บรรจุอาวุธและอุปกรณ์อันตรายหลายรายการ ตามข้อมูลจาก Transportation Security Administration สิ่งของที่ตรวจพบประกอบด้วย มีด กรรไกรและใบมีดกรรไกร กระป๋องสเปรย์ และสายรัดพลาสติก (Zip Ties) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สร้างความตกใจให้แก่เจ้าหน้าที่มากที่สุดคือการพบ อุปกรณ์ระเบิดชนิด M-Type รวมถึง ไฟแช็กแบบหัวพ่นไฟ (Torch Lighter) ซึ่งสามารถใช้จุดชนวนอุปกรณ์ดังกล่าวได้ การตรวจพบวัตถุอันตรายเหล่านี้ก่อนขึ้นเครื่องถือเป็นการป้องกันเหตุร้ายที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยานได้อย่างทันท่วงที

ในปัจจุบัน ผู้โดยสารสายการบินส่วนใหญ่มักพกโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว หรืออาจมีเครื่องที่สองหากเดินทางเพื่อการทำงาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องของโจนส์มี โทรศัพท์มือถือถึง 5 เครื่อง แม้ว่าการพกโทรศัพท์หลายเครื่องอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติในบางกรณี แต่ในเหตุการณ์นี้กลับยิ่งเพิ่มความน่าสงสัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบว่า โทรศัพท์เครื่องหนึ่งแสดงตัวนับเวลาถอยหลัง 15 นาที ซึ่งพร้อมเริ่มทำงานได้ทันที เมื่อพิจารณาร่วมกับการพบวัตถุระเบิดและอุปกรณ์ที่สามารถใช้จุดชนวนได้หลายรูปแบบ เจ้าหน้าที่จึงมองว่าการสกัดกั้นโจนส์ก่อนขึ้นเครื่องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจช่วยป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ลูกเรือ และอากาศยานได้

ความร้ายแรงของเหตุการณ์ยิ่งปรากฏชัดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบและทดสอบสิ่งของที่ตรวจยึดได้จากโจนส์ โดยผลการตรวจสอบพบว่าอุปกรณ์ระเบิดดังกล่าวมีศักยภาพเพียงพอที่จะก่อให้เกิดการบาดเจ็บต่อบุคคลได้ นอกจากนี้ หากเกิดการระเบิดขึ้นใกล้หน้าต่างของอากาศยานที่กำลังบินอยู่เหนือระดับความสูง 10,000 ฟุต แรงระเบิดอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างของเครื่องบิน และอาจนำไปสู่ภาวะสูญเสียความดันภายในห้องโดยสาร (Cabin Depressurization) ซึ่งเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยในการบิน ปัจจุบัน โจนส์กำลังเผชิญกระบวนการดำเนินคดีทางกฎหมาย และหากศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิด เขาอาจต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลาหลายปี พร้อมทั้งถูกปรับเป็นเงินจำนวนมากตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา

รายละเอียดของเที่ยวบินที่เกี่ยวข้อง

ดังที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ เที่ยวบินที่โจนส์พยายามนำอาวุธมีคมและวัตถุระเบิดขึ้นเครื่องนั้น เป็นเที่ยวบินของสายการบิน American Airlines ที่ออกเดินทางจากสนามบิน Sacramento International Airport (SMF) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ปลายทางของเที่ยวบินคือ Charlotte Douglas International Airport (CLT) ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินหลัก (Hub) ของ American Airlines ที่สายการบินได้รับมาจากการควบรวมกิจการกับ US Airways ปัจจุบัน American Airlines ให้บริการในเส้นทาง Sacramento–Charlotte ด้วยความถี่ วันละ 1 เที่ยวบิน โดยเชื่อมต่อระหว่างชายฝั่งตะวันตกและชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาโดยตรง

จากข้อมูลของ Flightradar24 เที่ยวบิน AA2464 ของ American Airlines มีกำหนดออกเดินทางจากสนามบิน Sacramento International Airport (SMF) เวลา 22:03 น. ตามเวลาท้องถิ่น เที่ยวบินดังกล่าวเป็นเที่ยวบินข้ามคืน (Overnight Flight) โดยใช้เวลาบินตามตารางประมาณ 4 ชั่วโมง 41 นาที และมีกำหนดเดินทางถึงสนามบิน Charlotte Douglas International Airport (CLT) เวลา 05:44 น. ของวันถัดไป ตารางบินลักษณะนี้เหมาะสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการต่อเที่ยวบินในช่วงเช้าตรู่จากเมืองชาร์ลอตต์ไปยังจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ภายในเครือข่ายของ American Airlines สำหรับอากาศยานที่ใช้ปฏิบัติการในเส้นทางนี้ สายการบินมักเลือกใช้เครื่องบินตระกูล Airbus A321 หรือ Airbus A321neo ซึ่งเป็นเครื่องบินลำตัวแคบที่มีประสิทธิภาพสูงและรองรับการให้บริการในเส้นทางภายในประเทศระยะกลางถึงระยะไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา
https://simpleflying.com/american-airlines-bomb-15-minute-timer-sacramento-airport/

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Related Articles

Leave a Comment