นักบินสายการบินพาณิชย์รายหนึ่งได้ยื่นรายงานด้านความปลอดภัยต่อ Federal Aviation Administration หลังอ้างว่าเกือบสูญเสียการมองเห็นชั่วขณะระหว่างทำการบินเข้าร่อนลงจอดที่สนามบิน Ronald Reagan Washington National Airport (DCA) เนื่องจากแสงไฟกำลังสูงจากงานกีฬาที่จัดขึ้นภายในบริเวณ White House นักบินรายดังกล่าวระบุว่า แสงไฟที่เกิดขึ้นมีความรุนแรง “มากกว่าเหตุการณ์ถูกรบกวนด้วยเลเซอร์ประมาณ 10 เท่า” เมื่อเทียบกับทุกเหตุการณ์ที่เคยพบตลอดอาชีพการบินของตน และเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของขั้นตอนการบินที่มีความสำคัญและอ่อนไหวต่อความปลอดภัยมากที่สุด นั่นคือช่วงการบินเข้าร่อนลงจอด (Approach Phase) ก่อนแตะรันเวย์
แสงไฟดังกล่าวมาจากสนามแข่งขันชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นบน สนามหญ้าด้านทิศใต้ของทำเนียบขาว (White House South Lawn) เพื่อเตรียมจัดการแข่งขัน UFC Freedom 250 ซึ่งเป็นการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ที่กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน เพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 80 ปีของ Donald Trump และวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา ภาพวิดีโอจากงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นในช่วงเย็นวันเสาร์แสดงให้เห็นว่าระบบไฟส่องสว่างของสนามแข่งขันถูกเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ โดยลำแสงความเข้มสูงถูกฉายขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือกรุง Washington, D.C. อย่างชัดเจน
นักบินเผย แสงไฟงาน UFC ที่ทำเนียบขาว “รุนแรงยิ่งกว่าเหตุการณ์เลเซอร์ที่เคยพบ”

นักบินรายดังกล่าว ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินกลางคืนของสายการบินพาณิชย์แห่งหนึ่งที่ไม่ได้เปิดเผยชื่อ ระบุว่าได้เผชิญกับแสงไฟความเข้มสูงดังกล่าวขณะกำลังทำการบินเข้าร่อนลงจอดที่สนามบิน Ronald Reagan Washington National Airport ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก White House เพียงประมาณ 3 ไมล์ (5 กิโลเมตร) ตามรายงานของ MeidasTouch นักบินได้ยื่นรายงานด้านความปลอดภัยทั้งต่อ Federal Aviation Administration และระบบรายงานความปลอดภัยการบินของ NASA Aviation Safety Reporting System โดยระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าเหตุการณ์ถูกรบกวนด้วยแสงเลเซอร์ทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
แสงไฟดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสนามแข่งขันชั่วคราวที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่เหนือเวที ซึ่งได้รับฉายาว่า “The Claw” โดยมีรายงานว่าโครงการทั้งหมดใช้งบประมาณติดตั้งประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะมีการกำหนด เขตห้ามบิน (No-Fly Zone) อย่างเข้มงวดเหนือบริเวณ White House แต่ระบบไฟส่องสว่างที่มีความเข้มสูงและเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องยังสามารถส่องกระจายไปถึงเส้นทางการบินในพื้นที่โดยรอบได้ ตามคำให้การของนักบิน ห้องนักบิน (Cockpit) ได้รับผลกระทบจากแสงสว่างจ้าดังกล่าวในช่วงสุดท้ายของการนำอากาศยานเข้าลงจอด ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องอาศัยการมองเห็นที่ชัดเจนและปราศจากสิ่งรบกวนเพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน นักบินรายดังกล่าวระบุว่า:
“มันรุนแรงกว่าเหตุการณ์ถูกรบกวนด้วยแสงเลเซอร์ทุกครั้งที่ผมเคยประสบมาประมาณ 10 เท่า”
แสงรบกวนการบินมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยมากแค่ไหน?

แสงเลเซอร์และแหล่งกำเนิดแสงรบกวนประเภทอื่น ๆ ถือเป็นหนึ่งในอันตรายที่พบบ่อยและมีความเสี่ยงสูงที่สุดที่นักบินสายการบินพาณิชย์อาจเผชิญระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากแสงสามารถเกิดการหักเห (Refraction) ผ่านกระจกห้องนักบิน (Cockpit Windshield) ได้ การได้รับแสงสว่างผิดปกติจากภายนอกจึงอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อทัศนวิสัยและความสามารถในการมองเห็นของนักบิน เหตุการณ์รบกวนจากแสงเลเซอร์ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในช่วงที่อากาศยานบินอยู่ในระดับความสูงต่ำ ซึ่งหมายความว่าเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นใน สองช่วงที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัยมากที่สุดของการบิน ได้แก่ การขึ้นบิน (Takeoff) และการลงจอด (Landing) ซึ่งเป็นช่วงที่นักบินต้องอาศัยการมองเห็นภายนอกอย่างแม่นยำในการควบคุมอากาศยาน
นักบินทั่วสหรัฐฯ รายงานเหตุการณ์ถูกส่องแสงเลเซอร์ใส่อากาศยานต่อ Federal Aviation Administration เกือบ 11,000 ครั้งในปี 2025 หรือคิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 30 เหตุการณ์ต่อวัน ในบางกรณี ความเข้มของแสงเลเซอร์มีระดับรุนแรงจนทำให้นักบินได้รับบาดเจ็บทางสายตาชั่วคราว หรือแม้กระทั่งเกิดความเสียหายถาวรต่อดวงตาได้ การส่องเลเซอร์ใส่อากาศยานถือเป็น ความผิดทางอาญาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Federal Crime) และมีบทลงโทษที่รุนแรง โดยผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี และถูกปรับสูงสุด 11,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อการกระทำผิดหนึ่งครั้ง ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานด้านการบินจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและรายงานเหตุการณ์รบกวนจากแสง เนื่องจากอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน โดยเฉพาะในช่วงขึ้นบินและลงจอดซึ่งเป็นช่วงวิกฤตของการปฏิบัติการบิน
เหตุการณ์นี้ยิ่งสร้างความกังวลมากขึ้น เนื่องจากเกิดขึ้นใกล้กับสนามบิน Ronald Reagan Washington National Airport (DCA) ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีสภาพน่านฟ้าซับซ้อนที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา นักบินสายการบินพาณิชย์ที่ทำการบินเข้าสู่สนามบินแห่งนี้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการบินเข้าร่อนลงจอดที่มีความซับซ้อนอยู่แล้ว โดยเฉพาะการเลี้ยวปรับแนวบินในช่วงท้ายก่อนลงจอด ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของแนวร่อนเข้าสนามบิน DCA ดังนั้น การมีแหล่งกำเนิดแสงที่รบกวนการมองเห็นของนักบินในบริเวณดังกล่าว จึงยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการบินมากขึ้น เนื่องจากนักบินจำเป็นต้องใช้ทัศนวิสัยที่ชัดเจนและสมาธิสูงในการควบคุมอากาศยานตลอดช่วงสุดท้ายก่อนแตะรันเวย์
รันเวย์ 1/19 ของสนามบิน Ronald Reagan Washington National Airport ยังเป็นที่รู้จักในฐานะ รันเวย์ที่มีความหนาแน่นในการใช้งานสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ขณะที่น่านฟ้ารอบสนามบินก็ถูกใช้งานร่วมกันโดยทั้งอากาศยานพลเรือนและอากาศยานทางทหารจำนวนมาก อุบัติเหตุร้ายแรงของเที่ยวบิน American Airlines Flight 5342 crash ในเดือนมกราคม 2025 ซึ่งเครื่องบิน American Eagle CRJ700 ชนกับเฮลิคอปเตอร์ UH-60 Black Hawk ของกองทัพบกสหรัฐฯ ระหว่างทำการบินเข้าร่อนลงจอดขั้นสุดท้าย (Final Approach) ได้แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงและความท้าทายของการปฏิบัติการบินในน่านฟ้าที่มีความหนาแน่นและซับซ้อนเช่นนี้อย่างชัดเจน ด้วยเหตุนี้ การเกิดแหล่งกำเนิดแสงความเข้มสูงที่อาจรบกวนทัศนวิสัยของนักบินในพื้นที่ใกล้สนามบิน DCA จึงยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากนักบินต้องอาศัยการมองเห็นที่ชัดเจนและการรับรู้สถานการณ์ที่แม่นยำตลอดช่วงสุดท้ายก่อนนำอากาศยานลงจอด
การขาดการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า นักบินที่ทำการบินเข้าสู่สนามบิน Ronald Reagan Washington National Airport (DCA) ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเพียงพอหรือไม่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการรบกวนทางสายตาจากแสงสว่างความเข้มสูงในพื้นที่ดังกล่าว นักบินรายดังกล่าวอ้างว่า หลังจากได้แจ้งข้อกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ต่อสำนักงานท้องถิ่นของ Federal Aviation Administration เขากลับได้รับคำแนะนำให้ส่งเรื่องหรือร้องเรียนไปยัง White House โดยตรง กรณีดังกล่าวจึงนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระบวนการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยให้แก่นักบินที่ปฏิบัติการบินในพื้นที่น่านฟ้าที่มีความอ่อนไหวและซับซ้อนอย่างกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งมีทั้งการจราจรทางอากาศหนาแน่นและข้อจำกัดด้านความมั่นคงหลายประการ
งานแข่งขัน UFC Freedom 250 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Donald Trump ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มเติม หลังมีข้อกล่าวหาว่าโครงการดังกล่าวอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วนก่อนดำเนินการ ขณะที่การแข่งขัน UFC Freedom 250 มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเย็นวันอาทิตย์ตามแผนเดิม ยังคงไม่มีความชัดเจนว่านักบินที่ปฏิบัติการบินในน่านฟ้ารอบสนามบิน Ronald Reagan Washington National Airport (DCA) จะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับความเสี่ยงจากแสงสว่างความเข้มสูงที่อาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นระหว่างการบินหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยการบิน เนื่องจากแสงรบกวนอาจส่งผลกระทบต่อนักบินในช่วงการบินขึ้นและลงจอด ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องอาศัยทัศนวิสัยและสมาธิสูงสุดในการควบคุมอากาศยาน
ที่มา
https://simpleflying.com/pilot-trump-white-house-ufc-lights-reagan-approach/
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้