เครื่องบินของสายการบิน WestJet เกิดอุบัติเหตุชนกับรถบริการอาหาร (Catering Truck) ที่ท่าอากาศยานนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน (Toronto Pearson International Airport: YYZ) เมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ผ่านมา โดยมีคลิปวิดีโอเหตุการณ์เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมรายงานเบื้องต้นว่าเครื่องบินกำลังขับเคลื่อนเข้าสู่หลุมจอดหลังเสร็จสิ้นเที่ยวบิน อย่างไรก็ตาม สายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงในภายหลังว่า ขณะเกิดเหตุเครื่องบินกำลังถูกลากจูง (Towing) ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ของตนเอง
สำนักข่าว Global News รายงานว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรืออยู่บนเครื่องบินในขณะเกิดเหตุ แม้ว่าขอบเขตความเสียหายของเครื่องบินยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่อุบัติเหตุครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานภาคพื้นดิน (Ground Handling) โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายยานพาหนะในบริเวณใกล้เคียงกับอากาศยาน ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นกับสายการบินหลายแห่งทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจำนวนมาก การยกเลิกเที่ยวบิน และการหยุดใช้งานเครื่องบินเป็นระยะเวลานาน
เครื่องบิน WestJet ชนรถบริการภาคพื้นดินขณะลากจูง

ตามรายงานของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งแคนาดา (Transportation Safety Board of Canada: TSB) เหตุการณ์ชนดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.15 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา โดยหน่วยตอบสนองเหตุฉุกเฉินของสนามบินได้เข้าดำเนินการหลังเกิดเหตุไม่นาน
เครื่องบินลำที่เกิดเหตุเป็น Boeing 737 MAX 8 หมายเลขทะเบียน C-FRYV ซึ่งเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน (YYZ) ก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 ชั่วโมง หลังปฏิบัติการบินเที่ยวบิน WS2221 จากท่าอากาศยานนานาชาติลิเซนเซียโด กุสตาโบ ดิอาซ ออร์ดาซ (Licenciado Gustavo Díaz Ordaz International Airport: PVR) เมืองปวยร์โตบายาร์ตา ประเทศเม็กซิโก
ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวแตกต่างจากรายงานเบื้องต้นที่ระบุว่าเครื่องบินกำลังขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ของตนเองหลังลงจอด โดยข้อเท็จจริงยืนยันว่า เครื่องบินกำลังอยู่ระหว่างการลากจูง (Aircraft Towing) และไม่มีผู้โดยสารหรือลูกเรืออยู่บนเครื่องบินขณะเกิดเหตุ
โฆษกของสายการบิน WestJet ได้ยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวผ่านแถลงการณ์ที่ส่งให้สำนักข่าว Simple Flying เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
“สายการบิน WestJet ยืนยันว่า ปลายปีกเครื่องบิน (Winglet) ได้ชนเข้ากับรถบริการอาหาร (Catering Truck) ที่จอดอยู่ ขณะกำลังลากจูงเครื่องบินไปยังลานจอดสำหรับพักค้างคืน ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน โดยขณะเกิดเหตุไม่มีผู้โดยสารอยู่บนเครื่องบิน และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว”
คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งแคนาดา (TSB) ยืนยันว่า การเคลื่อนย้ายเครื่องบินดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับเที่ยวบินก่อนหน้าหรือเที่ยวบินที่มีกำหนดปฏิบัติการ พร้อมระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีแผนส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนลงพื้นที่ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายของเครื่องบิน รวมถึงผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินที่อาจเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว
อุบัติเหตุชนกับรถบริการอาหารเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่คิด

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เครื่องบินของสายการบิน WestJet ประสบอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับรถบริการอาหาร โดยย้อนกลับไปในปี 2019 เครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินได้ถอยชนรถบริการอาหาร ขณะกำลังถูกดันถอยออกจากหลุมจอด (Pushback) ณ ท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์ (Vancouver International Airport: YVR) เนื่องจากรถบริการอาหารต้องปฏิบัติงานในระยะใกล้กับส่วนต่าง ๆ ของเครื่องบิน ทั้งปีก เครื่องยนต์ และลำตัวเครื่องบิน โดยทั่วไปจะใช้ระบบยกไฮดรอลิก (Hydraulic Lift) เพื่อปรับระดับให้สามารถเข้าถึงประตูห้องโดยสารได้ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุชนกับอากาศยาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้นหลายครั้งทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ดังนี้
| Date | Airline | Aircraft Type | Airport | Details |
| May 2026 | United Airlines | Airbus A320 | Washington DC | Struck at rear fuselage; subsequently sent for scrapping. |
| April 2026 | Singapore Airlines | Airbus A380 | Singapore | A380 engine cowling struck; replacement aircraft required. |
| April 2026 | IndiGo | Airbus A320 | Kolkata | Unattended catering vehicle rolled into an A320 engine. |
| June 2025 | American Eagle | Embraer E175 | Boston | Catering van struck E175; driver injured. |
| March 2025 | LATAM | Boeing 777-300ER | Milan | Truck pierced 777 fuselage; flight canceled. |
| December 2024 | United Airlines | Boeing 737-900ER | Miami | Catering truck overturned during 737 towing collision. |
| November 2024 | Delta Air Lines | Boeing 737-900 | Sacramento | Taxiing 737 clipped truck with wing. |
| September 2024 | Alaska Airlines | Boeing 737-700 | Seattle | Catering truck struck parked aircraft. |
| January 2024 | Lufthansa | Airbus A321-200 | Frankfurt | Truck punctured A321’s rear fuselage. |
| March 2023 | Viva Aerobus | Airbus A320 | Guadalajara | Truck struck a parked A320’s rear fuselage. |
| May 2022 | Flyadeal | Airbus A320neo | Riyadh | Riyadh |
| December 2021 | LOT Polish Airlines | Boeing 737 MAX 8 | London Heathrow | 737 MAX winglet damaged; flight canceled. |
| February 2020 | Japan Airlines | Boeing 767-300 | Jakarta | 767 fuselage damaged; return flight canceled. |
ข้อมูลเครื่องบินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์: ทะเบียน N17310

เครื่องบินของสายการบิน United Airlines ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้คือ Boeing 737 MAX 8 ทะเบียน N17310 ซึ่งได้รับการส่งมอบให้แก่สายการบินครั้งแรกในปี 2023 โดยเครื่องบินลำดังกล่าวได้รับการจัดวางห้องโดยสารแบบ 2 ชั้นโดยสาร สามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 166 ที่นั่ง ประกอบด้วยชั้นโดยสาร Domestic First และ United Main Cabin
เครื่องบินลำนี้ทำการบินทดสอบครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2023 ก่อนส่งมอบให้แก่ United Airlines ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองชิคาโก เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2023 นับตั้งแต่ได้รับการส่งมอบ เครื่องบินลำดังกล่าวได้ให้บริการกับ United Airlines ซึ่งเป็นสมาชิกของ Star Alliance มาอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้งานในเส้นทางบินภายในประเทศและเส้นทางบินระหว่างประเทศระยะสั้น ทั้งนี้ รายละเอียดคุณลักษณะและข้อมูลทางเทคนิคของเครื่องบินลำดังกล่าวสามารถตรวจสอบได้จากตารางด้านล่าง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก ch-aviation
| Aircraft Registration | N17310 |
| Serial Number (MSN) | 67566 |
| Line Number (LN) | 8638 |
| Hex Code | A126E6 |
| First Flight Date | June 20, 2023 |
| Delivery Date | July 20, 2023 |
| Plane Age | 3.3 years |
| Engines | Two CFMI LEAP-1B |
อุบัติเหตุบางกรณีส่งผลให้เกิดความเสียหายและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ รถบริการอาหารได้ชนเครื่องบิน Airbus A320 ของสายการบิน United Airlines ณ ท่าอากาศยานแห่งชาติโรนัลด์ เรแกน วอชิงตัน (Ronald Reagan Washington National Airport: DCA) ส่งผลให้เครื่องบินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจนต้องปลดระวางและนำไปแยกชิ้นส่วน (Scrapped) ขณะเดียวกัน เครื่องบิน Boeing 777 ของสายการบิน LATAM Airlines ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ต้องหยุดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์เป็นเวลาเกือบ 3 สัปดาห์
นอกจากนี้ ความถี่ของอุบัติเหตุลักษณะดังกล่าวยังทำให้เกิดการแสดงความคิดเห็นเชิงเสียดสีบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยใต้คลิปวิดีโอเหตุการณ์ของ WestJet มีผู้แสดงความคิดเห็นว่า “เอาน่า แถว ๆ นั้นต้องมีเครื่องบิน Delta A350 อยู่สักลำแน่ ๆ” และ “แย่จัง อาหารบนเครื่องบินแสนอร่อยคงต้องเสียเปล่าหมดแล้ว” ความคิดเห็นแรกเป็นการกล่าวเชิงล้อเลียนถึงอุบัติเหตุภาคพื้นดินที่เกิดขึ้นกับสายการบิน Delta Air Lines หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งปลายปีก (Winglet) ของเครื่องบิน Airbus A350-900 ได้ชนและติดค้างอยู่บริเวณส่วนหางของเครื่องบิน Air Canada Boeing 777 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส (LAX)
ความเสียหายจากอุบัติเหตุภาคพื้นดินอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายมหาศาล

ตามรายงานของ AviationPros ซึ่งอ้างอิงข้อมูลที่รวบรวมตลอดระยะเวลา 6 ปี จากโครงการ International Standard for Business Aircraft Handling พบว่า 26% ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับการชนหรือสัมผัสกับอุปกรณ์และยานพาหนะสนับสนุนภาคพื้นดิน (Ground Support Equipment: GSE) ขณะที่ 25% เกี่ยวข้องกับการลากจูงอากาศยาน (Towing) หรือการดันถอยอากาศยานออกจากหลุมจอด (Pushback)แม้ว่าสถิติดังกล่าวจะเป็นข้อมูลจากกลุ่มอากาศยานธุรกิจ (Business Aviation) และประเภทของเหตุการณ์อาจมีความซ้ำซ้อนกัน แต่ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันที่อาจเกิดขึ้นกับอากาศยานพาณิชย์ได้
| Ground Damage Factor | Share |
| Vehicles or ground-support equipment | 26% |
| Towing or pushback | 25% |
| Fixed objects | 15% |
| Other aircraft | 15% |
ผลกระทบทางการเงินจากอุบัติเหตุภาคพื้นดินถือว่ามีมูลค่าสูงอย่างมาก โดยตามรายงาน IATA Annual Safety Report 2025 ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่า ความเสียหายจากอุบัติเหตุภาคพื้นดินส่งผลให้อุตสาหกรรมการบินมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และอาจเพิ่มสูงถึง 9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายใน 15 ปี หากไม่มีการดำเนินมาตรการป้องกันเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน Steven Bentley ที่ปรึกษาด้านการบิน ได้ประเมินแยกต่างหากว่า อุบัติเหตุทั่วไปที่เกิดขึ้นบริเวณลานจอดอากาศยาน (Ramp Accident) มีต้นทุนทางตรงเฉลี่ยประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหตุการณ์ ขณะที่ต้นทุนทางอ้อมอาจสูงถึง 10 เท่าของค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมความเสียหายทางกายภาพของอากาศยาน
ต้นทุนทางอ้อมดังกล่าวครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องบินทดแทน ค่าบุคลากรด้านการซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนเที่ยวบินให้ผู้โดยสาร (Passenger Rebooking) ค่าที่พัก รวมถึงการสูญเสียโอกาสในการนำเครื่องบินไปให้บริการ จากตัวอย่างเหตุการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ กรณีรถบริการอาหารชนเครื่องบินของสายการบิน Singapore Airlines ส่งผลให้สายการบินต้องนำเครื่องบิน Airbus A380 มาให้บริการทดแทน ทำให้เที่ยวบินขาออกจากแฟรงก์เฟิร์ตล่าช้าไปหลายชั่วโมง และท้ายที่สุดต้องยกเลิกเที่ยวบินขากลับ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลาการปฏิบัติการของสนามบิน (Airport Curfew) ขณะเดียวกัน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินของสายการบิน LATAM Airlines ส่งผลให้มีการประเมินมูลค่าความเสียหายสูงถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสายการบิน WestJet ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องบิน Boeing 737 MAX 8 ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงระยะเวลาที่เครื่องบินจะต้องหยุดให้บริการจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ที่มา
https://simpleflying.com/westjet-boeing-737-max-8-damaged-colliding-catering-truck-toronto/
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้