ในการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ Alaska Airlines อาจตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ได้เผยปลายทางระยะไกลแห่งใหม่อีกหนึ่งเส้นทาง โดยในวิดีโอความปลอดภัยใหม่สำหรับฝูงบิน Boeing 787-9 ของสายการบินสมาชิก oneworld มีการอ้างอิงถึง ซิดนีย์ อย่างชัดเจน ทั้งนี้สายการบินถูกติดต่อเพื่อขอความเห็นแล้ว
แม้เมืองในออสเตรเลียแห่งนี้จะมีเที่ยวบินจาก โฮโนลูลู และปัจจุบันทุกเที่ยวบินใช้รหัส AS ของ Alaska Airlines แล้ว แต่แทบเป็นไปไม่ได้ว่านี่คือสิ่งที่วิดีโอต้องการสื่อ เพราะเมืองอื่น ๆ ที่ปรากฏในวิดีโอทั้งหมดล้วนเป็นจุดหมายที่ให้บริการจาก ซีแอตเทิล อยู่แล้ว หรือกำลังจะเปิดให้บริการ เช่น ลอนดอน, โรม (เส้นทางยุโรปเส้นทางแรกของสายการบิน ซึ่งเริ่มให้บริการในวันที่บทความนี้เผยแพร่), โซล และเมืองอื่น ๆ
Alaska จะเปิดเส้นทาง Seattle-Sydney หรือไม่?

ไม่มีใครนอกเหนือจากสายการบิน และอาจรวมถึงสนามบิน หน่วยงานท่องเที่ยว รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้นที่รู้คำตอบแน่ชัด แต่คงเป็นเรื่องแปลกอย่างยิ่งหาก Alaska Airlines ใส่ชื่อ ซิดนีย์ ไว้ในวิดีโอความปลอดภัยใหม่ล่าสุดของสายการบิน หากไม่มีความเป็นไปได้สูงที่เส้นทางนี้จะเกิดขึ้นจริง เพราะวิดีโอดังกล่าวต้องผ่านการอนุมัติแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่จะใส่เข้ามาโดยบังเอิญ และคงไม่มีเหตุผลที่จะกล่าวถึง หากไม่มีแผนเปิดเส้นทางในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดการณ์และการตีความเท่านั้น แต่หากเที่ยวบิน Seattle-Sydney เกิดขึ้นจริง เส้นทางนี้จะมีระยะทางไกลถึง 6,725 ไมล์ทะเล (7,739 ไมล์ หรือ 12,455 กิโลเมตร) ต่อเที่ยว ซึ่งจะยาวกว่าเส้นทางที่ไกลที่สุดปัจจุบันของ Alaska จากซีแอตเทิลสู่กรุงโรมของอิตาลีมากถึง 36% และจะกลายเป็นเที่ยวบินตรงที่ยาวที่สุดอันดับสองจากเมืองซีแอตเทิล รองจากเส้นทาง Singapore-Seattle ของ Singapore Airlines เท่านั้น
Alaska Airlines เคยใส่ชื่อ ซิดนีย์ ไว้ในสไลด์ที่ 25 ของเอกสารนักลงทุน (Investor Relations) เมื่อปี 2024 โดยในเอกสารดังกล่าวยังมีรายชื่อเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่งที่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แม้จะน่าสนใจว่าบางเมืองในนั้นได้มีการเปิดตัวไปแล้วก็ตาม บริบทของข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของซิดนีย์ เมืองนี้เหมาะกับการให้บริการจาก ซานฟรานซิสโก หรือ ลอสแอนเจลิส มากกว่า แม้จะไม่ใช่โดย Alaska ก็ตาม
แม้ข้อได้เปรียบของการบินจากหลายเมืองในสหรัฐไปซิดนีย์ผ่านซีแอตเทิลอาจน้อยกว่าการต่อเครื่องผ่านลอสแอนเจลิสหรือซานฟรานซิสโก แต่หลายตลาดยังถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น เส้นทาง ชิคาโก–ซีแอตเทิล–ซิดนีย์ จะไกลกว่าการเดินทางผ่านลอสแอนเจลิสเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งเป็นสัดส่วนเดียวกันกับการเดินทางจาก นวร์ก หรือ นิวยอร์ก JFK ผ่านซีแอตเทิล และแม้แต่การเดินทางจาก ออร์แลนโด ก็จะไกลขึ้นเพียง 6% เท่านั้น
ตัวเลขเป็นอย่างไรบ้าง?
จากข้อมูลการจอง มีผู้โดยสารประมาณ 83,000 คน เดินทางระหว่างซีแอตเทิลและออสเตรเลียในช่วงเดือนมีนาคม 2025 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 แม้จะไม่มีเที่ยวบินตรง แต่ก็ถือเป็นตลาดท้องถิ่นที่มีศักยภาพพอสมควร
แน่นอนว่า ซิดนีย์ เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่างทิ้งห่าง โดยมีผู้โดยสาร 39,000 คน ตามมาห่าง ๆ ด้วย เมลเบิร์น 15,000 คน และ บริสเบน 12,000 คน Alaska อาจสามารถดึงส่วนแบ่งผู้โดยสารแบบจุดต่อจุด (point-to-point traffic) กลุ่มนี้ได้บางส่วนผ่านพันธมิตรในเครือเดียวกันและพันธมิตรโค้ดแชร์อย่าง Qantas โดยการเดินทางไปเมืองหลวงของรัฐวิกตอเรียผ่านรัฐนิวเซาท์เวลส์อาจรวดเร็วกว่าการต่อเครื่องผ่านแคลิฟอร์เนีย
ซีแอตเทิลยังเป็น ตลาดสหรัฐที่ยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปซิดนีย์ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ซึ่งเพิ่มมิติที่น่าสนใจอีกด้านหนึ่ง และในความเป็นจริงตอนนี้ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งแล้ว เพราะตลาดเดิมอันดับหนึ่งจากปริมาณผู้โดยสารท้องถิ่น (ลาสเวกัส) จะได้ต้อนรับเที่ยวบินของ Qantas ภายในปีนี้ แล้วถึงคิวของซีแอตเทิลหรือไม่? อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือ Alaska เคยระบุว่าต้องการมี 12 จุดหมายระยะไกลจากซีแอตเทิลภายในปี 2030 ขณะที่ตามข้อมูลของ Cirium Diio ปัจจุบันสายการบินมีอยู่ 5 เส้นทาง ตามที่ระบุไว้ในตาราง

หากมีการเปิดเที่ยวบินไปซิดนีย์จริง การให้บริการสัปดาห์ละสามเที่ยวบินในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ (ซึ่งตรงกับฤดูร้อนของซีกโลกใต้) น่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสม หากต้องการให้เส้นทางเริ่มให้บริการในช่วงปลายเดือนตุลาคม ตัวอย่างเช่น ก็อาจคาดได้ว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ ความถี่ในระดับนี้หมายความว่า Alaska จะไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นอย่างหนักไปที่ผู้โดยสารต่อเครื่องผ่านซีแอตเทิลซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำกว่า โดยผู้โดยสารทรานสิตจะเป็นเพียงส่วนเสริมของผู้โดยสารแบบจุดต่อจุดที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อช่วยเติมที่นั่งบนเครื่องบินให้เต็มอย่างสม่ำเสมอ