Home NewsAirAsia สั่งซื้อ Airbus A220 จำนวน 150 ลำ พร้อมเป็นลูกค้ารายแรกของรูปแบบห้องโดยสารความจุสูงรุ่นใหม่

AirAsia สั่งซื้อ Airbus A220 จำนวน 150 ลำ พร้อมเป็นลูกค้ารายแรกของรูปแบบห้องโดยสารความจุสูงรุ่นใหม่

by Thai Aero Admin

สายการบินต้นทุนต่ำของมาเลเซีย AirAsia ได้ลงนามสั่งซื้อเครื่องบินลำตัวแคบตระกูล Airbus A220 สูงสุดถึง 150 ลำ ในพิธีที่จัดขึ้น ณ เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยสายการบินจะเป็นลูกค้ารายแรกของรูปแบบห้องโดยสารใหม่ของเครื่องบินรุ่นนี้ ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากกว่า 150 ที่นั่ง

นอกจากนี้ AirAsia ยังผลักดันให้ Airbus เดินหน้าพัฒนาแนวคิด A220-500 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะมีความจุผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น ด้วยความที่ A220 ถูกผลิตในแคนาดา จากจุดกำเนิดเดิมในฐานะโครงการ Bombardier CSeries คำสั่งซื้อครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจของแคนาดา ในการขยายตลาดส่งออกสู่ระดับนานาชาติด้วย

คำสั่งซื้อครั้งประวัติศาสตร์

กระแสข่าวเกี่ยวกับการสั่งซื้อเครื่องบิน Airbus A220 ของ AirAsia ถูกพูดถึงมาได้ระยะหนึ่งแล้ว โดย Simple Flying เคยรายงานตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ว่า Airbus กำลังสรุปข้อตกลงขายเครื่องบินจำนวน 100 ลำให้กับสายการบินต้นทุนต่ำจากมาเลเซียรายนี้ และในอีกสี่เดือนต่อมา ข่าวลือดังกล่าวก็ได้รับการยืนยัน เมื่อ Airbus ประกาศข้อตกลงสั่งซื้อเครื่องบิน A220 สูงสุดถึง 150 ลำอย่างเป็นทางการ ที่โรงงานของบริษัท ณ สนามบิน Montréal Mirabel Airport (YMX)

ข้อตกลงครั้งนี้มีความสำคัญไม่เพียงเพราะขนาดของคำสั่งซื้อ แต่ยังถือเป็นการจัดหาเครื่องบิน A220 ครั้งแรกของ AirAsia อีกด้วย นอกเหนือจากแวดวงการบิน หนังสือพิมพ์ The Globe & Mail รายงานว่าดีลดังกล่าวยังสร้างความตื่นตัวในระดับการเมือง โดยมีบุคคลสำคัญหลายฝ่ายเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ ขณะที่ Mehran Ebrahimi ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอากาศยานของแคนาดา กล่าวว่า “ในเชิงการเมือง นี่คือเรื่องที่มีความสำคัญ” พร้อมชี้ว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวยังช่วยขยายอิทธิพลและฐานลูกค้าระหว่างประเทศของ Airbus ให้กว้างขึ้นอีกด้วย

ข้อตกลงครั้งนี้มีความสำคัญไม่เพียงเพราะขนาดของคำสั่งซื้อ แต่ยังถือเป็นการจัดหาเครื่องบิน A220 ครั้งแรกของ AirAsia อีกด้วย นอกเหนือจากแวดวงการบิน หนังสือพิมพ์ The Globe & Mail รายงานว่าดีลดังกล่าวยังสร้างความตื่นตัวในระดับการเมือง โดยมีบุคคลสำคัญหลายฝ่ายเข้าร่วมในพิธีครั้งนี้ ขณะที่ Mehran Ebrahimi ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอากาศยานของแคนาดา กล่าวว่า “ในเชิงการเมือง นี่คือเรื่องที่มีความสำคัญ” พร้อมชี้ว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวยังช่วยขยายอิทธิพลและฐานลูกค้าระหว่างประเทศของ Airbus ให้กว้างขึ้นอีกด้วย

“ข้อตกลงนี้สอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์ของ [นายกรัฐมนตรีแคนาดา] มาร์ก คาร์นีย์ ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่า ‘เราสามารถขยายการขายสู่ตลาดต่างประเทศและเพิ่มตลาดส่งออกของเราได้’ และการที่ผู้ซื้อครั้งนี้เป็นสายการบินจากเอเชีย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เขาให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงได้เดินทางเยือนด้วยตนเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่มีนัยสำคัญ”

ตามข้อมูลของ Airbus รูปแบบห้องโดยสารใหม่ของเครื่องบินรุ่นนี้จะเพิ่มจำนวนที่นั่งอีก 10 ที่นั่ง ทำให้รองรับผู้โดยสารได้รวม 160 ที่นั่ง พร้อมกันนี้ ผู้ผลิตยังจะติดตั้งประตูทางออกฉุกเฉินเหนือปีกเพิ่มเติมในแต่ละด้านของอากาศยานเพื่อรองรับความจุที่เพิ่มขึ้น แม้ AirAsia จะพอใจกับจำนวนที่นั่งที่มากขึ้น แต่สายการบินยังคงกดดันให้ Airbus เดินหน้าพัฒนาเครื่องบิน A220 รุ่นที่ใหญ่กว่า ซึ่งมีข่าวลือว่าจะใช้ชื่อว่า A220-500

ด้าน Tony Fernandes ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AirAsia ได้กล่าวแซว Lars Wagner ผู้บริหารของ Airbus ระหว่างงานแถลงข่าวว่า สายการบินพร้อมสั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มเติม หาก Airbus ตัดสินใจพัฒนา A220 รุ่นที่ใหญ่ขึ้นจริง

“เราหวังอย่างยิ่งว่าคุณจะสร้าง A220-500 ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารได้ 185 ที่นั่ง นั่นคือเครื่องบินที่เราต้องการจริง ๆ ดังนั้น Lars… รีบหน่อย… เพราะเราต้องการเครื่องบินรุ่นนั้น” Fernandes กล่าว พร้อมเสริมว่า “และเราได้ให้คำมั่นไว้แล้วว่า หากพวกเขาสร้างเครื่องบินรุ่นนั้น AirAsia ก็พร้อมจะสั่งซื้อเพิ่มอีก 150 ลำด้วยเช่นกัน”

แรงหนุนครั้งสำคัญสำหรับโครงการ A220

โดยภาพรวมแล้ว เครื่องบินตระกูล A220 มียอดขายอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี ข้อมูลจาก Airbus ระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา เครื่องบินรุ่นเล็ก A220-100 และรุ่นใหญ่ A220-300 มียอดสั่งซื้อรวมกันทั้งสิ้น 959 ลำ และมีการส่งมอบแล้วรวม 501 ลำ ข้อตกลงครั้งนี้จึงถือเป็นแรงหนุนสำคัญที่ Airbus ต้องการอย่างมากสำหรับโครงการ A220 ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเผชิญอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์ Pratt & Whitney GTF ที่ใช้กับเครื่องบินรุ่นนี้

อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังยอดขายของ A220 เริ่มชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากลูกค้าบางส่วนเริ่มหันไปให้ความสนใจกับคู่แข่งจากบราซิลอย่าง Embraer E-Jet E2 series มากขึ้น อันเป็นผลมาจากปัญหาเครื่องยนต์ GTF ที่ส่งผลกระทบต่อเครื่องบินตระกูล A220 อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าโครงการจะเพิ่งฉลองการส่งมอบเครื่องบินลำที่ 500 ไปไม่นาน แต่ความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องยนต์ยังคงจำกัดความสามารถของ Airbus ในการตอบสนองต่อความต้องการของสายการบินต่าง ๆ

ปัญหาเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบในหลายรูปแบบ ดังที่เราได้ติดตามรายงานมาอย่างต่อเนื่อง โดย SWISS International Air Lines ถึงขั้นเสนอแพ็กเกจลาออกโดยสมัครใจพร้อมเงินชดเชยให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เพื่อปรับลดจำนวนลูกเรือ หลังต้องจอดเครื่องบิน A220 บางลำเป็นเวลานานจากปัญหาดังกล่าว ดังนั้น คำสั่งซื้อครั้งประวัติศาสตร์จาก AirAsia จึงอาจเป็นแรงผลักดันสำคัญที่โครงการ A220 ต้องการ เพื่อช่วยให้กลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง

A220 จะเข้ากับฝูงบินของ AirAsia ได้อย่างไร?

ตามข้อมูลจาก ch-aviation ปัจจุบัน AirAsia มีเครื่องบินประจำการรวมทั้งสิ้น 110 ลำ เช่นเดียวกับ A220 เครื่องบินทั้งหมดในฝูงบินของสายการบินเป็นเครื่องบินลำตัวแคบเครื่องยนต์คู่ของ Airbus แต่ส่วนใหญ่เป็นตระกูล A320 และ A320neo ที่มีขนาดใหญ่กว่า โดยฝูงบินหลักยังคงเป็น A320 รุ่นดั้งเดิม ซึ่งประกอบด้วย A320-200 จำนวน 70 ลำ และ A321-200 Freighter ดัดแปลงอีก 3 ลำ ขณะที่ฝูงบินรุ่นใหม่ประกอบด้วย A320neo จำนวน 29 ลำ และ A321neo อีก 8 ลำ

ในอนาคต AirAsia ยังมีคำสั่งซื้อค้างส่งสำหรับเครื่องบินตระกูล A321neo อีกถึง 382 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้จะเป็น A321LR จำนวน 36 ลำ และ A321XLR จำนวน 20 ลำ นอกจากนี้ สายการบินยังมีเครื่องบินลำตัวกว้าง A330-900neo จำนวน 15 ลำ อยู่ในฝูงบิน สะท้อนถึงแผนการขยายธุรกิจในระดับใหญ่ อย่างไรก็ตาม ขนาดไม่ใช่ทุกอย่าง และการเพิ่ม A220 ซึ่งเป็นเครื่องบินขนาดเล็กกว่าเข้ามาในฝูงบิน อาจเปิดโอกาสใหม่ให้กับ AirAsia มากกว่าที่จะเป็นข้อจำกัด เพราะเครื่องบินรุ่นนี้จะช่วยให้สายการบินสามารถเปิดเส้นทางบินใหม่ระหว่างเมืองต่าง ๆ ที่มีความต้องการผู้โดยสารไม่สูงมากได้ง่ายขึ้น

ที่มา
https://simpleflying.com/airasia-airbus-a220-order/#

Related Articles

Leave a Comment