Home NewsSAS บินกลับกลางทาง เที่ยวบินสู่อินเดียครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังเอกสารมีปัญหา

SAS บินกลับกลางทาง เที่ยวบินสู่อินเดียครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังเอกสารมีปัญหา

by ThaiAero Admin

Scandinavian Airlines หรือ SAS พยายามเปิดให้บริการเที่ยวบินสู่ India อีกครั้งเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ด้วยเส้นทางบินใหม่ที่ไม่เคยมีสายการบินใดให้บริการมาก่อน อย่างไรก็ตาม ภารกิจดังกล่าวไม่สามารถดำเนินการจนสำเร็จได้ เมื่อสายการบินยังไม่ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากหน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนของอินเดีย ส่งผลให้เครื่องบินลำตัวกว้าง Airbus A330-300 ที่ทำการบินในเที่ยวบินดังกล่าวต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับกลางอากาศขณะอยู่เหนือน่านฟ้าของ Azerbaijan ก่อนเดินทางกลับสู่ Copenhagen Airport (CPH) โดยไม่ได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางตามแผนที่วางไว้

เที่ยวบินสู่ที่ใดไม่ได้ และพิธีต้อนรับที่ต้องยกเลิก

สัญญาณของปัญหาเริ่มปรากฏตั้งแต่วินาทีที่เที่ยวบิน SK969 ออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดเดิมราว 4 ชั่วโมง ก่อนเริ่มต้นการเดินทางที่กลายเป็นเที่ยวบินอันน่าผิดหวังดังกล่าว หลังจากบินได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ขณะกำลังทำการบินเหนือน่านฟ้าของ Azerbaijan นักบินได้รับคำสั่งให้หันหัวเครื่องกลับและเดินทางกลับไปยัง Denmark ผู้โดยสารต้องใช้เวลารวมราว 12 ชั่วโมงอยู่บนเครื่องบิน ก่อนจะกลับมาลงจอดที่ Copenhagen เมืองเดิมที่ออกเดินทางมาในตอนแรก ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องสูญเสียเวลาในการเดินทางจริงไปอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม จากการนั่งอยู่บนเครื่องบินโดยไม่ได้เดินทางถึงจุดหมายปลายทางตามแผนที่วางไว้

เหตุการณ์ดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายทางการเงินให้แก่ผู้โดยสารจำนวนมาก เนื่องจากบางรายอาจมีค่าใช้จ่ายที่ชำระล่วงหน้าไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบินภายในประเทศอินเดีย ตั๋วรถไฟ โปรแกรมท่องเที่ยว หรือแม้แต่โอกาสทางธุรกิจที่สูญเสียไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการเดินทางแต่ละคน แม้ Scandinavian Airlines (SAS) จะรับผิดชอบในการจัดหาตั๋วเดินทางใหม่ให้แก่ผู้โดยสาร แต่ผลกระทบทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงนั้นอาจรุนแรงกว่าการเดินทางล่าช้าเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ SAS ไม่สามารถปล่อยให้ผู้โดยสารตกค้างโดยไม่มีกำหนดได้ เพื่อให้เป็นไปตามภาระผูกพันในการขนส่งผู้โดยสารตามสัญญา (Contract of Carriage) สายการบินจึงมีแนวโน้มต้องจัดซื้อตั๋วเครื่องบินในนาทีสุดท้ายจากสายการบินอื่น เพื่อส่งผู้โดยสารหลายร้อยคนไปยังจุดหมายปลายทางตามกำหนดเดิม ซึ่งอาจทำให้สายการบินต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจำนวนมาก

ตามรายงานของ The New Indian Express ทั้ง Directorate General of Civil Aviation (DGCA) และกระทรวงการบินพลเรือนของ India ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด โดยสำนักข่าวเลือกนำเสนอคำชี้แจงจาก Scandinavian Airlines ซึ่งระบุว่า

“SAS คาดการณ์มาโดยตลอดว่าการอนุมัติขั้นสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่จะแล้วเสร็จในระหว่างที่เที่ยวบินกำลังเดินทางอยู่… ขณะนี้สิ่งสำคัญที่สุดของเราคือการดูแลและช่วยเหลือผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเพื่อให้ได้รับการอนุมัติที่เหลืออยู่ เพื่อให้สามารถเริ่มให้บริการในเส้นทางดังกล่าวได้โดยเร็วที่สุด” — Scandinavian Airlines (SAS) กล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ

A330 รุ่นเก๋า กับภารกิจบุกเบิกเส้นทางบินใหม่

ต้นทุนรวมของเที่ยวบินระยะไกลที่ต้องยกเลิกภารกิจกลางทางครั้งนี้ อาจสูงเกินกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ Scandinavian Airlines โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังอยู่ในระดับสูงจากผลกระทบของความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การใช้เครื่องบิน Airbus A330-300 ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นเก่ากว่า ยังหมายถึงการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องบินรุ่นใหม่ในภารกิจการบินลักษณะเดียวกัน ส่งผลให้เฉพาะค่าเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวก็อาจสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐแล้ว

หนึ่งในเหตุผลที่ Scandinavian Airlines เลือกใช้เครื่องบิน Airbus A330-300 ในเส้นทางใหม่นี้ คือการเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่มีความจุน้อยที่สุดในฝูงบินของสายการบิน ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมจำนวนที่นั่งให้เหมาะสม และเพิ่มโอกาสในการรักษาอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในระดับสูงในช่วงที่เส้นทางใหม่กำลังสร้างฐานความต้องการเดินทาง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการชดเชยผู้โดยสารตามสิทธิที่พึงได้รับจากเหตุการณ์ดังกล่าว อาจมีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมดของเที่ยวบินที่ต้องยกเลิกภารกิจกลางทางเสียอีก โดยเครื่องบิน Airbus A330-300 ลำที่ใช้ปฏิบัติการในเที่ยวบินนี้ ติดตั้งที่นั่งรองรับผู้โดยสารทั้งหมด 266 ที่นั่ง

ขณะที่ Scandinavian Airlines ทยอยรับมอบเครื่องบินรุ่นใหม่อย่าง Airbus A350 เพิ่มมากขึ้น เครื่องบินรุ่นดังกล่าวก็เริ่มเข้ามารับหน้าที่ในเส้นทางบินระยะไกลสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางสู่ North America

ด้วยเหตุนี้ Airbus A330-300 จึงกลายเป็นเครื่องบินลำตัวกว้างที่มีการจัดวางห้องโดยสารในรูปแบบที่เน้นความพรีเมียมน้อยที่สุดของ SAS แม้ว่ายังคงมีบริการชั้นธุรกิจ (Business Class) และ SAS Plus แต่สัดส่วนที่นั่งชั้นประหยัด (Economy Class) จะมีมากกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินรุ่นหลักที่ใช้ในเส้นทางระยะไกลสำคัญของสายการบิน

การกลับสู่อินเดียครั้งใหญ่ที่ไปไม่ถึงปลายทาง

Scandinavian Airlines หรือ SAS ระบุว่า ขณะนี้สายการบินกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับการอนุมัติที่ยังคงค้างอยู่ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการเที่ยวบินระหว่าง Copenhagen และ Mumbai จำนวน 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ได้อย่างเป็นทางการทันทีที่เอกสารขั้นสุดท้ายได้รับการอนุมัติ ซึ่งสายการบินหวังว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนหน้านี้ SAS เพิ่งผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยถอนตัวออกจาก Star Alliance และเข้าร่วมกับ SkyTeam แทน ดังนั้นเส้นทางบินใหม่สู่เมืองมุมไบจึงถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญภายใต้กลยุทธ์ใหม่ของสายการบินหลังการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ครั้งนี้

ปัจจุบัน India ถือเป็นหนึ่งในตลาดการบินขนาดใหญ่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ขณะที่ Scandinavian Airlines หรือ SAS เคยยุติการให้บริการเส้นทางบินสู่อินเดียในปี 2009 ท่ามกลางวิกฤตการเงินโลกในขณะนั้น ในฐานะสายการบินแห่งชาติร่วมของ Denmark, Norway และ Sweden SAS จำเป็นต้องปรับลดและรวมศูนย์การดำเนินงานภายในเครือข่ายเส้นทางบินยุโรป เพื่อรักษาเสถียรภาพของธุรกิจหลักในช่วงเวลาดังกล่าว การกลับมาเปิดเส้นทางบินสู่ Mumbai ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ เนื่องจากสายการบินสามารถหลีกเลี่ยงการใช้น่านฟ้ารัสเซียได้โดยมีระยะอ้อมเพียงเล็กน้อย ทำให้เส้นทางดังกล่าวมีประสิทธิภาพด้านการใช้เชื้อเพลิงสูง และมีศักยภาพในการสร้างผลกำไรจากความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างอินเดียและยุโรป

ที่มา
https://simpleflying.com/sas-first-india-flight-17-years-turns-back-azerbaijan-paperwork/

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Related Articles

Leave a Comment