Home NewsJetBlue ประกาศเปิดเที่ยวบินสู่เวเนซุเอลาเป็นครั้งแรก ด้วยเส้นทางใหม่ฟอร์ตลอเดอร์เดล–การากัส

JetBlue ประกาศเปิดเที่ยวบินสู่เวเนซุเอลาเป็นครั้งแรก ด้วยเส้นทางใหม่ฟอร์ตลอเดอร์เดล–การากัส

by ThaiAero Admin

JetBlue กำลังเตรียมเพิ่มหมุดหมายใหม่บนแผนที่เส้นทางบินในภูมิภาคลาตินอเมริกา และครั้งนี้ถือเป็นการขยายเครือข่ายที่มีความสำคัญมากกว่าหลายเส้นทางที่ผ่านมา โดยสายการบินได้ประกาศแผนเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างสนามบิน Fort Lauderdale-Hollywood International Airport (FLL) และสนามบิน Simón Bolívar International Airport (CCS) ใกล้กรุงการากัส ซึ่งจะนับเป็นการเปิดให้บริการเที่ยวบินสู่เวเนซุเอลาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ JetBlue

เส้นทางบินที่วางแผนไว้นี้ยังคงต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการดำเนินกระบวนการด้านปฏิบัติการที่จำเป็นในเวเนซุเอลาให้แล้วเสร็จก่อน แต่ JetBlue ระบุว่าคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการเที่ยวบินได้ก่อนสิ้นปีนี้ หากได้รับอนุมัติ เส้นทางบินใหม่นี้จะยิ่งตอกย้ำบทบาทของสนามบิน Fort Lauderdale ในฐานะศูนย์กลางสำคัญของ JetBlue ในภูมิภาคเซาท์ฟลอริดา ขณะเดียวกันยังทำให้สายการบินได้กลับเข้าสู่ตลาดเวเนซุเอลาที่เพิ่งเริ่มเปิดรับสายการบินสหรัฐฯ อีกครั้ง หลังจากการให้บริการเที่ยวบินระหว่างสองประเทศถูกระงับไปเป็นเวลาหลายปี

JetBlue วางแผนเปิดเส้นทางบินสู่เวเนซุเอลาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

JetBlue ระบุว่า เส้นทางบินที่เสนอระหว่าง Fort Lauderdale และ กรุงการากัส จะช่วยเชื่อมเมืองหลวงของเวเนซุเอลาเข้ากับหนึ่งในเมืองศูนย์กลางการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดของสายการบิน โดยสนามบิน Fort Lauderdale–Hollywood International Airport เป็นฐานสำคัญของ JetBlue สำหรับเที่ยวบินสู่ภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกามาอย่างยาวนาน และการเพิ่มเส้นทางสู่การากัสจะช่วยเติมเต็มเครือข่ายดังกล่าวด้วยตลาดผู้โดยสารประเภท VFR (Visiting Friends and Relatives) หรือกลุ่มผู้เดินทางเพื่อเยี่ยมครอบครัวและญาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูงระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา

สายการบินระบุว่า คาดว่าจะเริ่มเปิดจำหน่ายบัตรโดยสารภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หากเส้นทางบินดังกล่าวได้รับการอนุมัติตามที่กำหนด โดยเที่ยวบินจะให้บริการด้วยเครื่องบิน Airbus A320 พร้อมผลิตภัณฑ์และบริการมาตรฐานของ JetBlue ไม่ว่าจะเป็นบริการอินเทอร์เน็ต Fly-Fi ฟรี ระบบความบันเทิงส่วนบุคคลที่พนักพิงที่นั่ง รวมถึงของว่างและเครื่องดื่มฟรีบนเที่ยวบิน แม้ว่า JetBlue จะยังไม่ได้ประกาศตารางบินหรือความถี่ในการให้บริการอย่างเป็นทางการ แต่สายการบินยืนยันว่ามองเห็นความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งจากชุมชนชาวเวเนซุเอลาในพื้นที่เซาท์ฟลอริดา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเปิดเส้นทางบินใหม่นี้

Dave Jehn รองประธานฝ่ายวางแผนเครือข่ายเส้นทางบินของ JetBlue ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเปิดเส้นทางบินใหม่สู่เวเนซุเอลา โดยระบุว่า…

“Fort Lauderdale ยังคงทำหน้าที่เป็นประตูสู่ภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกาของ JetBlue และเราเชื่อว่ายังมีโอกาสสำคัญในการขยายการดำเนินงานของเราในภูมิภาคนี้ผ่านแผนเปิดเส้นทางบินสู่กรุงการากัส ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงครอบครัวและคนที่รักให้เดินทางหากันได้ง่ายขึ้น ด้วยค่าโดยสารที่สามารถแข่งขันได้ของ JetBlue และบริการที่ได้รับรางวัลของสายการบิน”

Jehn ยังกล่าวถึงเหตุผลเบื้องหลังการเปิดเส้นทางบินใหม่นี้ด้วย โดยระบุว่าพื้นที่เซาท์ฟลอริดาเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชาวเวเนซุเอลาขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้โดยสารไม่มีตัวเลือกเที่ยวบินตรงระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา หลังจากเที่ยวบินระหว่างสองประเทศถูกระงับไปเป็นเวลานาน ขณะเดียวกัน ฐานปฏิบัติการของ JetBlue ที่สนามบิน Fort Lauderdale ยังช่วยให้สายการบินมีฐานลูกค้าในพื้นที่ที่แข็งแกร่ง และสามารถต่อยอดการเชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังกรุงการากัสผ่านเที่ยวบินภายในประเทศและเครือข่ายเส้นทางบินในภูมิภาคต่าง ๆ ของสายการบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเป็นไปได้ทางธุรกิจของเส้นทางใหม่นี้

Fort Lauderdale ยังคงเป็นศูนย์กลางการเติบโตที่สำคัญของ JetBlue

เส้นทางบินสู่กรุงการากัสไม่ได้เป็นเพียงการขยายเครือข่ายแบบเฉพาะจุดเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายฐานปฏิบัติการครั้งใหญ่ของ JetBlue ที่สนามบิน Fort Lauderdale โดยสายการบินได้ทยอยเพิ่มทั้งเส้นทางบินใหม่และความถี่เที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในฐานะสายการบินรายใหญ่ที่สุดของสนามบินแห่งนี้ JetBlue คาดว่าจะให้บริการเที่ยวบินออกจาก Fort Lauderdale เกือบ 130 เที่ยวบินต่อวัน ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งถือเป็นตารางบินที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสายการบินจากสนามบินแห่งนี้ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 75% เมื่อเทียบกับระดับการให้บริการในปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ JetBlue ในการยกระดับ Fort Lauderdale ให้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการดำเนินงานที่สำคัญที่สุดของสายการบินในภูมิภาคเซาท์ฟลอริดา

การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระลอก ๆ โดยในเดือนมกราคม JetBlue ได้ประกาศเปิดเส้นทางบินประจำตลอดปีจาก Fort Lauderdale ไปยังเมือง Orlando และ Dallas/Fort Worth ต่อมาในเดือนมีนาคม สายการบินได้เพิ่มเส้นทางสู่เมือง Cleveland พร้อมทั้งเพิ่มความถี่เที่ยวบินในหลายเส้นทางภายในประเทศและภูมิภาคแคริบเบียนที่มีอยู่แล้ว จากนั้นในเดือนพฤษภาคม ภายหลังการยุติการดำเนินงานของ Spirit Airlines JetBlue ได้ประกาศเปิดเส้นทางบินตรงเพิ่มเติมจาก Fort Lauderdale อีก 11 จุดหมายปลายทาง ซึ่งรวมถึงเส้นทางใหม่สู่ประเทศโคลอมเบีย เปอร์โตริโก และเมืองสำคัญหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของสายการบินในการเร่งขยายเครือข่ายและเสริมความแข็งแกร่งของฐานปฏิบัติการที่ Fort Lauderdale อย่างต่อเนื่อง

Upcoming New JetBlue Routes From FLLFrequencyStart Date
Orlando International Airport (MCO)2x dailyMay 21
Cleveland Hopkins International Airport (CLE)1x dailyJuly 8
Baltimore/Washington International Thurgood Marshall Airport (BWI)3x dailyJuly 9
Charlotte Douglas International Airport (CLT)3x dailyJuly 9
Nashville International Airport (BNA)3x dailyJuly 9
George Bush Intercontinental Airport (IAH)3x dailyJuly 9
Chicago O’Hare International Airport IORD)2x dailyJuly 9
Detroit Metropolitan Wayne County Airport (DTW)2x dailyJuly 9
Mercedita International Airport (PSE)1x dailyJuly 9
Ernesto Cortissoz International Airport (BAQ)1x dailyOctober 1
Alfonso Bonilla Aragón International Airport (CLO)1x dailyOctober 15
John Glenn Columbus International Airport (CMH)1x dailyNovember 2
Indianapolis International Airport (IND)1x dailyNovember 2
Simón Bolívar International Airport (CCS)TBCBefore the end of 2026

กลยุทธ์ของ JetBlue นั้นค่อนข้างชัดเจน กล่าวคือ สายการบินไม่ได้ต้องการเพียงเพิ่มเที่ยวบินแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) จาก Fort Lauderdale เท่านั้น แต่กำลังพยายามสร้างขนาดเครือข่าย (Scale) ขึ้นมาใหม่อย่างจริงจัง การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินรายวันให้มากขึ้น จะช่วยให้สายการบินมีความสำคัญต่อผู้โดยสารในพื้นที่มากขึ้น เพิ่มทางเลือกในการต่อเครื่อง และสร้างความแข็งแกร่งให้กับโปรแกรมสะสมคะแนนและความภักดีของลูกค้าในระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในตลาด Fort Lauderdale เนื่องจากการหายไปของ Spirit Airlines ได้เปิดโอกาสให้ส่วนแบ่งผู้โดยสารจำนวนมหาศาลกลายเป็นตลาดที่สายการบินอื่นสามารถเข้ามาแข่งขันได้ และ JetBlue ก็กำลังอยู่ในตำแหน่งที่มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นสายการบินตัวเลือกหลัก (Default Carrier) สำหรับผู้โดยสารในวงกว้างมากกว่าที่เคยเป็นมา

เวเนซุเอลากำลังกลับมาเปิดรับสายการบินสหรัฐฯ อีกครั้ง

การประกาศเปิดเส้นทางบินสู่กรุงการากัสยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของอุตสาหกรรมการบินระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาอีกด้วย โดย American Airlines ได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินระหว่างสนามบิน Miami International Airport (MIA) และกรุงการากัสอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 เมษายน ซึ่งนับเป็นเที่ยวบินพาณิชย์ตรงระหว่างสองประเทศเที่ยวบินแรกในรอบ 7 ปี American Airlines ใช้เครื่องบิน Embraer E175 ที่ดำเนินการโดยบริษัทลูกอย่าง Envoy Air สำหรับเส้นทางดังกล่าว และยังประกาศแผนเพิ่มเที่ยวบินรายวันที่สองระหว่างไมอามีและการากัส เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดที่สายการบินเคยให้บริการต่อเนื่องมายาวนานกว่า 30 ปี ก่อนจะระงับเที่ยวบินทั้งหมดในปี 2019

คาดว่า United Airlines จะเป็นอีกสายการบินสหรัฐฯ ที่กลับมาให้บริการเที่ยวบินสู่เวเนซุเอลาในเร็ว ๆ นี้ โดยสายการบินได้ประกาศแผนกลับมาเปิดเส้นทางบินระหว่างสนามบิน George Bush Intercontinental Airport (IAH) และกรุงการากัสในเดือนสิงหาคม ด้วยเครื่องบิน Boeing 737 MAX 8 ซึ่งจะทำให้เวเนซุเอลามีการเชื่อมต่อกับศูนย์กลางการบินหลักของสหรัฐฯ แห่งที่สอง นอกเหนือจากตลาดเซาท์ฟลอริดา ขณะเดียวกัน Laser Airlines ของเวเนซุเอลาก็ถูกเชื่อมโยงกับแผนเปิดเส้นทางบินระหว่างไมอามีและการากัสเช่นกัน โดยจะใช้เครื่องบิน Airbus A320 ที่เช่ามาดำเนินการบิน วิธีดังกล่าวเป็นทางออกที่จำเป็น เนื่องจากเวเนซุเอลายังคงอยู่ในสถานะ FAA Category 2 ซึ่งจำกัดไม่ให้สายการบินของเวเนซุเอลานำเครื่องบินของตนเองมาปฏิบัติการบินเข้าสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง

อีกสายการบินที่น่าจับตามองคือ Delta Air Lines ซึ่งเคยให้บริการเที่ยวบินสู่กรุงการากัสจากสนามบิน Hartsfield–Jackson Atlanta International Airport (ATL) ก่อนจะระงับเส้นทางดังกล่าวในปี 2017 ท่ามกลางวิกฤตทางการเมืองและเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ การขยายเครือข่ายของ JetBlue ดูจะเชื่อมโยงโดยตรงกับชุมชนชาวเวเนซุเอลาในเซาท์ฟลอริดา และยุทธศาสตร์การเติบโตที่สนามบิน Fort Lauderdale มากกว่า หากเส้นทางบินใหม่ได้รับการอนุมัติ กรุงการากัสจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางลำดับที่ 20 ของ JetBlue จาก Fort Lauderdale ไปยังภูมิภาคแคริบเบียนและลาตินอเมริกา ขณะที่เครือข่ายของ Spirit Airlines ได้หายไปจากตลาด Fort Lauderdale แล้ว JetBlue ก็กำลังยกระดับสนามบินแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางสำคัญของแผนการเติบโตในอนาคต ซึ่งหมายความว่าแผนที่เส้นทางบินในภูมิภาคของสายการบินมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อไปอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า

ที่มา
https://simpleflying.com/jetblue-1st-ever-flights-venezuela-new-fort-lauderdale-caracas-route/

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Related Articles

Leave a Comment