Home NewsDelta A330 ลงจอดฉุกเฉิน หลังไฟไหม้เครื่องยนต์กลางอากาศทำห้องโดยสารมืดสนิท

Delta A330 ลงจอดฉุกเฉิน หลังไฟไหม้เครื่องยนต์กลางอากาศทำห้องโดยสารมืดสนิท

by ThaiAero Admin

เครื่องบิน Airbus A330-300 ของ Delta Air Lines ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบิน Paris Charles de Gaulle Airport (CDG) ระหว่างทำการบินจากสนามบิน John F. Kennedy International Airport (JFK) มุ่งหน้าสู่สนามบิน Milan Malpensa Airport (MXP) หลังเกิดเหตุขัดข้องที่เครื่องยนต์กลางอากาศ โดยผู้โดยสารเล่าว่าได้ยินเสียงดังคล้ายการระเบิด เห็นแสงวาบออกมาจากเครื่องยนต์ และเกิดการสูญเสียระบบไฟฟ้าภายในห้องโดยสารอย่างกะทันหัน

ตามรายงานของ Aviation Shop ระบุว่า เครื่องบินได้เปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินหลังลูกเรือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินขณะบินอยู่เหนือยุโรป โดยมีทีมดับเพลิงและกู้ภัยประจำสนามบินรออยู่บนรันเวย์ทันทีที่เครื่องลงจอด

วิดีโอและคำบอกเล่าจากพยานที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ได้กระจายไปในกลุ่มผู้ติดตามข่าวการบินจำนวนมาก โดยผู้โดยสารหลายคนเล่าถึงช่วงเวลาแห่งความตื่นตระหนก เมื่อไฟภายในห้องโดยสาร หน้าจอระบบความบันเทิง และระบบชาร์จไฟต่างๆ ดับลงอย่างกะทันหันระหว่างเหตุการณ์

เสียงดังสนั่นกลางอากาศนำไปสู่การเปลี่ยนเส้นทางฉุกเฉินของ Airbus A330

ผู้โดยสารบนเครื่องบิน Airbus A330-300 อายุ 18 ปี ทะเบียน N818NW เปิดเผยว่า เหตุฉุกเฉินเริ่มต้นจากเสียงดังสนั่นอย่างกะทันหันจากด้านหนึ่งของเครื่องบินระหว่างทำการบินในระดับเดินทาง (cruise flight) ผู้โดยสารบางรายอธิบายว่าเสียงดังกล่าวคล้ายกับเสียงระเบิด และหลังจากนั้นแทบจะทันที ก็เกิดแรงสั่นสะเทือน พร้อมความกังวลที่เห็นได้ชัดในหมู่ผู้โดยสารที่นั่งใกล้บริเวณเครื่องยนต์ที่เกิดปัญหา ต่อมามีวิดีโอจากโซเชียลมีเดียปรากฏให้เห็นแสงวาบหรือเปลวไฟออกมาจากเครื่องยนต์ของเครื่องบิน ขณะกำลังเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่กรุงปารีส

ข้อมูลติดตามเที่ยวบินแสดงให้เห็นว่าลูกเรือได้ส่งสัญญาณ “Squawk 7700” ซึ่งเป็นรหัสฉุกเฉินสากลบนระบบทรานสปอนเดอร์ที่นักบินใช้แจ้งสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังจากนั้นไม่นาน เครื่องบินได้เปลี่ยนเส้นทางและเริ่มลดระดับลงเพื่อมุ่งหน้าสู่สนามบิน Paris Charles de Gaulle Airport ขณะเดียวกัน สำนักข่าว Simple Flying ระบุว่าได้ติดต่อ Delta Air Lines เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว.

การสูญเสียระบบไฟในห้องโดยสารยิ่งเพิ่มความตื่นตระหนกให้ผู้โดยสาร

หนึ่งในช่วงเวลาที่สร้างความตกใจมากที่สุดสำหรับผู้โดยสาร คือช่วงที่ระบบไฟฟ้าบางส่วนภายในห้องโดยสารดับลงอย่างกะทันหันหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบบไฟฟ้าของเครื่อง Airbus A330 ถูกออกแบบให้มีแหล่งจ่ายไฟสำรองหลายชุดเพื่อเพิ่มความปลอดภัย เช่น เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์, หน่วยกำลังเสริม APU (Auxiliary Power Unit), แบตเตอรี่ และระบบสำรองฉุกเฉินอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หากเกิดความขัดข้องรุนแรงของเครื่องยนต์ เช่น Compressor Stall, Engine Surge หรือเครื่องยนต์ดับโดยสมบูรณ์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เชื่อมกับเครื่องยนต์ตัวนั้นอาจถูกตัดออกจากระบบไฟฟ้าของเครื่องบินโดยอัตโนมัติ

เมื่อเกิดการตัดการเชื่อมต่อของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบจัดการพลังงานของเครื่องบินอาจเข้าสู่กระบวนการ Load Shedding โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการตัดระบบไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกชั่วคราว เพื่อให้พลังงานถูกจัดสรรไปยังระบบสำคัญก่อน เช่น ระบบควบคุมการบิน จอแสดงผลในห้องนักบิน ระบบนำร่อง อุปกรณ์สื่อสาร และระบบไฮดรอลิก กระบวนการดังกล่าวอาจส่งผลให้ไฟภายในห้องโดยสาร อุปกรณ์ในครัวบนเครื่อง ระบบความบันเทิง และช่องชาร์จอุปกรณ์ของผู้โดยสารถูกปิดการทำงานชั่วคราว แม้ว่าตัวเครื่องบินจะยังคงอยู่ในสภาพที่สามารถควบคุมและทำการบินได้อย่างปลอดภัยก็ตาม

เครื่องบินลำดังกล่าวยังติดตั้ง Ram Air Turbine (RAT) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ฉุกเฉินที่สามารถกางออกโดยอัตโนมัติเพื่อสร้างพลังงานสำรองด้านระบบไฮดรอลิกและระบบไฟฟ้า เมื่อเกิดความขัดข้องรุนแรงของระบบต่างๆ บนเครื่องบิน นอกจากนี้ ลูกเรือสายการบินยังได้รับการฝึกฝนเป็นประจำเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ผ่านเครื่องจำลองการบินแบบเคลื่อนไหวเต็มรูปแบบ (Full-Motion Simulator) ไม่ว่าจะเป็นกรณีเครื่องยนต์ขัดข้อง การสูญเสียระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การปรับเปลี่ยนระบบไฟฟ้าภายในเครื่อง หรือการเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉิน แม้การที่ระบบไฟฟ้าภายในห้องโดยสารดับลงอย่างกะทันหันจะสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้โดยสารได้อย่างเข้าใจ แต่จากข้อมูลเบื้องต้น ระบบสำรองความปลอดภัยและขั้นตอนฉุกเฉินของเครื่องบินดูเหมือนจะทำงานได้ตามที่ถูกออกแบบไว้ระหว่างการเปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินครั้งนี้

การลงจอดอย่างปลอดภัยที่ปารีสช่วยป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

หลังจากเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าสู่กรุงปารีส เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบิน Paris Charles de Gaulle Airport โดยมีหน่วยกู้ภัยและบริการฉุกเฉินเตรียมพร้อมรออยู่ แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะมีความรุนแรงและสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้โดยสารตามคำบอกเล่า แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเกิดเหตุขัดข้องร้ายแรงระหว่างการบิน ลูกเรือต้องประเมินและตัดสินใจเลือกสนามบินสำรองที่เหมาะสมที่สุดอย่างรวดเร็ว โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ระยะทาง ความยาวรันเวย์ สภาพอากาศ ความพร้อมของหน่วยฉุกเฉิน สมรรถนะของเครื่องบิน และความสามารถด้านการซ่อมบำรุง สนามบินศูนย์กลางขนาดใหญ่ระดับนานาชาติอย่าง Charles de Gaulle มักถูกเลือกในสถานการณ์ฉุกเฉินของเที่ยวบินระยะไกล เนื่องจากมีรันเวย์ขนาดใหญ่ ระบบกู้ภัยและดับเพลิงที่มีความพร้อมสูง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถรองรับเครื่องบินลำตัวกว้างอย่าง Airbus A330 ได้

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอีกครั้งถึงระบบความปลอดภัยหลายชั้นของอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ ตั้งแต่ระบบสำรองบนเครื่องบิน การฝึกอบรมลูกเรือ ไปจนถึงการประสานงานของหน่วยฉุกเฉินภาคพื้นดิน หลังเครื่องบินลงจอดถึงสนามบินอย่างปลอดภัย

ที่มา
https://simpleflying.com/delta-a330-emergency-landing-engine-fire-cabin-blackout/

ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้

Related Articles

Leave a Comment