ผู้โดยสารบนเที่ยวบินพาณิชย์สองเที่ยวบินต้องเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินกลางอากาศอันน่าหวาดเสียว ภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน หลังนักบินเกิดภาวะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในห้องนักบิน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกเรือและเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศทั้งสองฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกต้องตอบสนองอย่างเร่งด่วน ส่งผลให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินและมีการนำตัวผู้ป่วยส่งเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ทันทีหลังลงจอด
หนึ่งในเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเครื่องบิน Airbus A321neo ของสายการบิน Jet2 ที่กำลังมุ่งหน้าสู่สหราชอาณาจักร โดยผู้โดยสารเล่าว่าลูกเรือรีบประกาศสอบถามหาว่ามีแพทย์อยู่บนเครื่องหรือไม่ หลังมีรายงานว่ากัปตันเกิดอาการหัวใจวายที่ต้องสงสัย ขณะบินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 30,000 ฟุต ต่อมาอีกไม่กี่วัน เครื่องบินโดยสารระดับภูมิภาคของสายการบิน Delta Air Lines ในสหรัฐฯ ก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นกัน หลังนักบินรายหนึ่งเกิดภาวะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในช่วงการนำเครื่องเข้าร่อนลงจอด ซึ่งถือเป็นช่วงวิกฤตของการบิน
แม้ทั้งสองเหตุการณ์จะสร้างความตึงเครียดให้ผู้โดยสาร แต่ในทั้งสองกรณี นักบินที่เหลือสามารถควบคุมสถานการณ์และนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มข้นของการฝึกอบรมรับมือเหตุฉุกเฉิน และระบบความปลอดภัยหลายชั้นที่อุตสาหกรรมการบินใช้เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้
“มีแพทย์อยู่บนเครื่องหรือไม่?”: เครื่องบิน Jet2 A321neo เปลี่ยนเส้นทางลงจอดฉุกเฉินที่เมืองปอร์โต

เหตุฉุกเฉินครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม บนเที่ยวบิน LS1266 ของสายการบิน Jet2 ซึ่งเดินทางจากสนามบิน Tenerife South (TFS) มุ่งหน้าสู่สนามบิน Birmingham International (BHX) โดยเครื่องบิน Airbus A321neo กำลังบินเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกมาแล้วมากกว่าสองชั่วโมง ก่อนที่ผู้โดยสารจะเริ่มรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นภายในห้องนักบิน
จากคำบอกเล่าของผู้โดยสารหลายราย ลูกเรือได้รีบเดินสอบถามทั่วห้องโดยสารว่ามีผู้โดยสารที่มีความรู้หรือประสบการณ์ทางการแพทย์อยู่บนเครื่องหรือไม่ ต่อมามีรายงานว่ากัปตันอาจมีอาการหัวใจวายขณะเครื่องบินกำลังบินอยู่ที่ระดับความสูง 35,000 ฟุต
ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินยังแสดงให้เห็นว่า เครื่องบินได้เปลี่ยนเส้นทางอย่างกะทันหันจากแผนการบินเดิม พร้อมลดระดับเพื่อนำเครื่องลงจอดที่สนามบิน Francisco de Sá Carneiro (OPO) ในเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส ขณะที่นักบินผู้ช่วย (First Officer) เข้าควบคุมการบินทั้งหมดแทนกัปตันทันที
| Details Of The Event | |
| Flight Number: | LS1266 |
| Airline: | Jet2 |
| Route: | Tenerife (TFS) – Birmingham (BHX) |
| Aircraft: | Airbus A321neo |
| Flight Phase: | Cruise |
| Emergency Declared: | Yes |
| Diversion/Priority Landing: | Porto (OPO) |
| Reported Pilot Issue: | Suspected heart attack |
| Outcome: | Safe landing |
ผู้โดยสารรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อในสหราชอาณาจักรว่า บรรยากาศภายในห้องโดยสารเริ่มเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว หลังลูกเรือประกาศสอบถามหาแพทย์หรือผู้ที่มีความรู้ด้านการแพทย์บนเครื่องบิน โดยผู้โดยสารหลายคนเริ่มตระหนักว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีความร้ายแรงมากกว่าปัญหาทั่วไประหว่างเที่ยวบิน
“เรายังคงทำงานร่วมกับ Airbus อย่างใกล้ชิดในกระบวนการส่งมอบและการรับรองต่าง ๆ เพื่อให้เราสามารถเริ่มให้บริการเที่ยวบินระยะไกลพิเศษ (Ultra Long Haul) ที่จะสร้างประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้” — แถลงการณ์จาก Qantas
ผู้โดยสารอีกรายเล่าถึงการลงจอดฉุกเฉินที่เมืองปอร์โตว่าเป็นไปอย่าง “สงบกว่าที่คาดไว้” พร้อมชื่นชมการทำงานของนักบินผู้ช่วยและลูกเรือ ที่คอยแจ้งข้อมูลและดูแลผู้โดยสารตลอดช่วงสถานการณ์ตึงเครียดบนเที่ยวบิน
หลังเครื่องลงจอด เจ้าหน้าที่การแพทย์ฉุกเฉินได้เข้าประจำการรออยู่ทันที และนำตัวกัปตันออกจากเครื่องบินในสภาพยังมีชีวิต ก่อนรีบนำส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม สายการบิน Jet2 ยังไม่ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสาเหตุหรือรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ครั้งนี้ ขณะที่เที่ยวบินต้องจอดอยู่ที่สนามบินหลายชั่วโมง เพื่อให้สายการบินจัดนักบินชุดใหม่มาปฏิบัติหน้าที่และเดินทางต่อไปยังเมืองเบอร์มิงแฮมตามกำหนดเดิม
นักบิน Delta Connection หมดสภาพระหว่างช่วงนำเครื่องเข้าร่อนลงจอด

เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ครั้งที่สองก็เกิดขึ้นในสหรัฐฯ กับเที่ยวบินระดับภูมิภาคของสายการบิน Delta โดยเที่ยวบิน Delta Connection DL5827 ซึ่งให้บริการด้วยเครื่องบิน Bombardier CRJ-900 กำลังทำการบินเข้าสู่สนามบิน The Eastern Iowa Airport (CID) ในเมืองซีดาร์แรพิดส์ หลังออกเดินทางจากสนามบิน Detroit Metropolitan Wayne County Airport (DTW) เมื่อมีรายงานว่านักบินคนหนึ่งเกิดภาวะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่นานก่อนเครื่องลงจอด
แตกต่างจากเหตุการณ์ของ Jet2 ที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงบินระดับ (Cruise) ซึ่งเป็นช่วงที่ภาระงานนักบินค่อนข้างต่ำ เหตุการณ์ของ Delta Connection เกิดขึ้นระหว่างช่วงนำเครื่องเข้าร่อนลงจอด (Approach) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในช่วงที่มีภาระงานสูงและซับซ้อนที่สุดของเที่ยวบิน ในช่วงดังกล่าว นักบินต้องทำหลายภารกิจพร้อมกัน ทั้งการติดต่อสื่อสารกับหอบังคับการบิน (ATC) การตั้งค่าระบบและเครื่องบินเพื่อเตรียมลงจอด การติดตามสภาพอากาศและการจราจรทางอากาศ รวมถึงการดำเนินรายการตรวจสอบสำคัญ (Checklist) ต่าง ๆ ดังนั้น การสูญเสียนักบินหนึ่งคนในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ย่อมเพิ่มแรงกดดันและภาระให้กับนักบินที่เหลืออย่างมีนัยสำคัญ
| Category | Details |
| Flight Number: | DL5827 |
| Airline | Delta Connection |
| Route: | Detroit (DTW) – Cedar Rapids (CID) |
| Aircraft: | CRJ-900 |
| Flight Phase: | Approach |
| Emergency Declared: | Yes |
| Diversion/Priority Landing: | Priority landing at Cedar Rapids |
| Reported Pilot Issue: | Pilot incapacitation |
| Outcome: | Safe landing |
บันทึกการสื่อสารของหอบังคับการบินเผยว่า นักบินผู้ช่วย (First Officer) ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและขอรับสิทธิ์ในการนำเครื่องเข้าลงจอดเป็นกรณีพิเศษที่สนามบินซีดาร์แรพิดส์ แม้จะเกิดเหตุฉุกเฉินกะทันหันภายในห้องนักบิน แต่นักบินที่เหลือสามารถควบคุมสถานการณ์และนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดเหตุผิดปกติใด ๆ หลังเครื่องลงจอด เจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์ฉุกเฉินได้เข้ารอที่เครื่องบินทันที โดยนักบินที่มีอาการป่วยยังคงรู้สึกตัว และถูกนำตัวส่งเข้ารับการประเมินอาการทางการแพทย์เพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารสามารถลงจากเครื่องได้ตามขั้นตอนปกติหลังเครื่องเข้าจอดที่ประตูเทียบอาคาร โดยมีรายงานว่าผู้โดยสารจำนวนมากเพิ่งตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ หลังเห็นรถฉุกเฉินหลายคันเข้าล้อมเครื่องบินภายหลังลงจอดแล้วเท่านั้น
ระบบทำงานได้ตามที่ถูกออกแบบไว้

แม้เหตุการณ์นักบินไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ถึงสองครั้งภายในเวลาใกล้เคียงกันอาจฟังดูน่ากังวล แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินกลับชี้ไปยังข้อสรุปอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ระบบความปลอดภัยทำงานได้ตรงตามที่ถูกออกแบบไว้ทุกประการ
ลูกเรือของสายการบินพาณิชย์ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นสำหรับสถานการณ์ที่นักบินไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ผ่านเครื่องจำลองการบิน (Flight Simulator) ครอบคลุมทั้งเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นระหว่างการขึ้นบิน การบินระดับ (Cruise) และการลงจอด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศภาคพื้นดินก็ผ่านการฝึกอย่างเข้มงวดในการช่วยเหลืออากาศยานที่เกิดเหตุลักษณะนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ เครื่องบินสมัยใหม่ยังมีระบบอัตโนมัติขั้นสูงจำนวนมาก ทำให้นักบินเพียงคนเดียวสามารถควบคุมอากาศยานได้อย่างปลอดภัย พร้อมดำเนินการติดต่อกับหอบังคับการบิน รวมถึงประสานการเปลี่ยนเส้นทางหรือการลงจอดฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เครื่องบินสมัยใหม่ยังมีระบบอัตโนมัติขั้นสูงจำนวนมาก ทำให้นักบินเพียงคนเดียวสามารถควบคุมอากาศยานได้อย่างปลอดภัย พร้อมดำเนินการติดต่อกับหอบังคับการบิน รวมถึงประสานการเปลี่ยนเส้นทางหรือการลงจอดฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้โดยสารบนเครื่อง เหตุการณ์ลักษณะนี้ย่อมสร้างความตึงเครียดและความกดดันมากกว่าการเดินทางโดยทั่วไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยผู้โดยสารของเที่ยวบิน Jet2 รายหนึ่งเล่าว่า ช่วงเวลาที่ลูกเรือประกาศขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ คือจุดที่ “ทุกคนเริ่มตระหนักว่าสถานการณ์ครั้งนี้ร้ายแรงจริง ๆ”
ผู้โดยสารรายดังกล่าวกล่าวว่า “คุณไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เมื่อขึ้นเครื่องบินเพื่อเดินทางไปพักผ่อน มันน่ากลัวมาก แต่ลูกเรือทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมและเป็นมืออาชีพอย่างมาก”
ทั้งในเหตุการณ์ของ Jet2 และ Delta Connection นักบินที่เหลือ ลูกเรือ เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ และทีมกู้ภัยฉุกเฉิน ต่างทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย พร้อมช่วยให้นักบินที่มีอาการป่วยได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างทันท่วงที การที่ทั้งสองเที่ยวบินสิ้นสุดลงโดยไม่มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า อุตสาหกรรมการบินพาณิชย์พึ่งพาระบบความปลอดภัยหลายชั้น (Layered Safety Systems) และหลักการสำรองความปลอดภัย (Procedural Redundancy) อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้แม้เกิดเหตุร้ายแรงภายในห้องนักบิน ผู้โดยสารก็ยังสามารถผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้รับอันตราย
ที่มา
https://simpleflying.com/pilot-incapacitations-emergencies-delta-jet2/
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้