Boeing ระบุว่า บริษัทได้ผ่านหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่สุดของแผนฟื้นตัวโครงการ Boeing 737 MAX แล้ว โดย Kelly Ortberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท กล่าวในการประชุมวันนี้ว่า ผู้ผลิตอากาศยานรายดังกล่าวได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่จำเป็น เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นขายดีที่สุดของบริษัทเป็น 47 ลำต่อเดือน
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Boeing ในการค่อย ๆ ฟื้นตัวจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่ถูกกำหนดโดย Federal Aviation Administration (FAA) หลังเกิดเหตุแผงอุดประตู (door-plug) หลุดกลางอากาศในเดือนมกราคม 2024 ก่อนหน้านี้ Boeing ได้รับอนุญาตให้เพิ่มอัตราการผลิตเป็น 42 ลำต่อเดือนแล้ว แต่ Kelly Ortberg ระบุว่าขณะนี้บริษัทสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่จำเป็น เพื่อขยับไปสู่ระดับถัดไปได้สำเร็จ นอกจากนี้ Reuters ยังรายงานว่า Boeing ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 52 ลำต่อเดือนภายในต้นปี 2027 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการรับรองเครื่องบินรุ่นใหม่เพิ่มเติม รวมถึงสายการผลิต 737 ใหม่ที่เมือง Everett รัฐวอชิงตัน
Boeing เตรียมเพิ่มกำลังการผลิต Boeing 737 MAX อีกขั้น

ในการประชุม Bernstein Strategic Decisions Conference ที่นคร New York City เมื่อช่วงเช้าวันนี้ Kelly Ortberg เปิดเผยว่า Boeing เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องบิน Boeing 737 MAX จาก 42 ลำ เป็น 47 ลำต่อเดือน หลังหารือร่วมกับ Federal Aviation Administration (FAA) Ortberg ระบุว่า Boeing “ผ่านการทบทวนขั้นสุดท้ายสำหรับอัตราการผลิต 47 ลำแล้ว” แต่ก็เตือนว่า สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่ากำลังการผลิตของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที
“เราอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 เดือนเพื่อให้การผลิตมีเสถียรภาพมากขึ้น … แต่ผมเชื่อว่าเราจะยังคงเพิ่มอัตราการผลิตต่อไป อาจใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เราได้เริ่มเดินหน้าสู่เป้าหมายการผลิต 47 ลำต่อเดือนแล้ว และคาดว่าจะไปถึงระดับดังกล่าวได้ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” — Kelly Ortberg CEO ของ Boeing
คำกล่าวดังกล่าวถือว่ามีนัยสำคัญอย่างมาก เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิต Boeing 737 MAX ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวทางการเงินของธุรกิจเครื่องบินพาณิชย์ของ Boeing ซึ่งเผชิญภาวะขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี นับตั้งแต่เครื่องบินรุ่นนี้ถูกสั่งระงับการบินทั่วโลกในปี 2019 หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังเหตุการณ์แผงอุดประตู (door-plug) หลุดกลางอากาศ ระบบการผลิตของ Boeing ก็ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดย Federal Aviation Administration (FAA) และบริษัทเพิ่งได้รับอนุญาตให้เพิ่มกำลังการผลิตสู่ระดับปัจจุบันที่ 42 ลำต่อเดือนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
แม้ว่าการเพิ่มกำลังการผลิตจาก 42 ลำเป็น 47 ลำต่อเดือนอาจดูเป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก แต่ก็จะช่วยให้ Boeing สามารถผลิตเครื่องบินเพิ่มได้อีกประมาณ 60 ลำต่อปี ซึ่งอาจสร้างรายได้เพิ่มเติมสูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี นอกจากนี้ ยังช่วยรองรับกระแสคำสั่งซื้อ Boeing 737 MAX ที่กำลังเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ด้วยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามากขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้มีสล็อตส่งมอบเครื่องบินในระยะใกล้เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของ Boeing เหนือคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Airbus
Kelly Ortberg ยังระบุเพิ่มเติมว่า Boeing ตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิต Boeing 737 MAX สู่ระดับ 52 ลำต่อเดือนภายในช่วงต้นปี 2027 แต่ก็ยอมรับว่าบริษัทยังมี “งานที่ต้องทำอีกมาก” ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เขาระบุว่า กระบวนการดังกล่าวจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน หรืออาจนานกว่านั้น หากอัตราการผลิตใหม่ที่ได้รับอนุมัติเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมนี้
“เรามีความมั่นใจอย่างมากว่า จะสามารถทำตามอัตราการผลิตใหม่ได้สำเร็จ แต่ผมคิดว่าทั้งโลกกำลังจับตาดูว่าเราจะสามารถผลิตได้ถึง 47 และ 52 ลำต่อเดือนได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หลังจากนั้น เราก็อยากจะเดินหน้าไปสู่อัตราการผลิต 63 ลำต่อเดือนในอนาคต และเราตั้งตารอที่จะไปถึงจุดนั้น เราเชื่อว่าตลาดมีความต้องการรองรับอัตราการผลิตที่สูงขึ้นเหล่านี้ได้” — Kelly Ortberg CEO ของ Boeing
ย้อนปมเพดานผลิต 737 MAX ของ Boeing

เส้นทางสู่เป้าหมายการผลิต 47 ลำต่อเดือน เริ่มต้นจากหนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ Boeing ในเดือนมกราคม 2024 แผงอุดประตู (door plug) ของเครื่องบิน Boeing 737 MAX 9 ของ Alaska Airlines หลุดออกกลางอากาศไม่นานหลังออกเดินทางจาก Portland International Airport (PDX) เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ระบบการผลิตและการควบคุมคุณภาพของ Boeing ถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดอีกครั้ง และ Federal Aviation Administration (FAA) ได้ตอบสนองด้วยการกำหนดเพดานการผลิตเครื่องบิน 737 MAX ไว้ที่ 38 ลำต่อเดือน
ข้อจำกัดดังกล่าวกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของ Boeing โดยตรง เนื่องจาก Boeing 737 MAX ถือเป็นโครงการเครื่องบินพาณิชย์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทในด้านปริมาณการผลิต ความสามารถในการเพิ่มกำลังการผลิตมีความสำคัญต่อการส่งมอบเครื่องบินตามคำสั่งซื้อค้างส่ง (backlog) การสร้างกระแสเงินสด และการสนับสนุนสายการบินต่าง ๆ ที่ต้องการเครื่องบินใหม่สำหรับการเติบโตและการปรับปรุงฝูงบิน อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงจุดนั้น Boeing จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่า บริษัทสามารถทำให้สายการผลิตมีเสถียรภาพได้จริง
| Date | Production Rate | What Happened |
| January 2024 | Capped at 38/month | FAA capped 737 MAX output after the Alaska Airlines MAX 9 door-plug blowout |
| 2024–early 2025 | Working towards 38/month | Boeing focused on stabilizing production and quality-control processes. |
| May 2025 | 38/month achieved | Boeing said it rolled out 38 new 737 MAX aircraft in the month. |
| October 2025 | 42/month approved | FAA allowed Boeing to raise MAX production from 38 to 42 per month. |
| Q1 2026 | 42/month production rate | Boeing said the 737 program was producing at 42 per month. |
| May 2026 | 47/month approved | Ortberg said Boeing is increasing to 47 after FAA approval. |
| Early 2027 | 52/month target | Boeing aims to reach 52 per month early next year. |
| Beyond 2027 | 63/month | Ortberg says Boeing is targeting 63 per month in the longer term. |
แผนขั้นต่อไปของ Boeing จะขึ้นอยู่กับโครงการเปิดสายการผลิตเครื่องบิน 737 ใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า “North Line” ภายในโรงงานของบริษัทที่เมือง Everett อย่างมาก สายการผลิตแห่งนี้จะเป็นสายการผลิตลำดับที่ 4 ของ Boeing และมีกำหนดเริ่มดำเนินงานในช่วงกลางฤดูร้อน โดยจะมุ่งเน้นการผลิต Boeing 737 MAX 10 เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่ Boeing ขยายการผลิตเครื่องบินลำตัวแคบ (single-aisle) ออกนอกโรงงานหลักที่เมือง Renton ซึ่งใช้งานมาอย่างยาวนานอีกด้วย
Boeing เตรียมขยายการผลิตสู่เพดานใหม่ที่สูงขึ้น

แม้ว่าการเพิ่มเพดานการผลิตเป็น 47 ลำต่อเดือนจะถือเป็นข่าวดีสำหรับ Boeing แต่ก็ควรสังเกตว่า บริษัทเองยังไม่สามารถส่งมอบเครื่องบินได้ในอัตราดังกล่าวในปีนี้ จากข้อมูลการส่งมอบเครื่องบินของ Boeing จนถึงเดือนเมษายน บริษัทส่งมอบ Boeing 737 MAX ไปแล้วทั้งหมด 147 ลำในช่วง 4 เดือนแรกของปี หรือเฉลี่ยเพียงประมาณ 37 ลำต่อเดือนเท่านั้น แม้อัตราการส่งมอบและอัตราการผลิตจะไม่ใช่ตัวเลขเดียวกันโดยตรง แต่ข้อมูลดังกล่าวก็สะท้อนว่า Boeing ยังมีช่องว่างที่ต้องเร่งตามให้ทัน ก่อนที่จะเดินหน้าไปสู่การเพิ่มกำลังการผลิตครั้งใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ
| Month | 737 MAX Deliveries |
| January 2026 | 37 |
| February 2026 | 43 |
| March 2026 | 33 |
| April 2026 | 34 |
| Total | 147 |
อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการเพิ่มกำลังการผลิตจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อเครื่องบินตระกูล Boeing 737 MAX พัฒนาครบทุกแบบแล้ว ปัจจุบัน Boeing ยังมีเครื่องบินอีก 2 รุ่นที่ยังไม่ได้รับการรับรอง ได้แก่ Boeing 737 MAX 7 รุ่นขนาดเล็ก และ Boeing 737 MAX 10 รุ่นขนาดใหญ่ที่สุดของตระกูล Boeing ระบุในผลประกอบการไตรมาสแรกว่า บริษัทคาดว่าเครื่องบินทั้งสองรุ่นจะได้รับการรับรองภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้าได้ในปี 2027
Boeing 737 MAX 7 ถือเป็นรุ่นที่มีความสำคัญอย่างมากต่อ Southwest Airlines ซึ่งถือครองคำสั่งซื้อเกือบ 90% ของยอดสั่งซื้อทั้งหมดของรุ่นนี้ โดยสายการบินระบุว่าคาดว่าเครื่องบินจะได้รับการรับรองในเดือนสิงหาคม และมีแผนนำเข้าประจำการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2027 ขณะที่ลูกค้ารายสำคัญรายอื่นของ MAX 7 ได้แก่ Allegiant Air และ WestJet
ส่วน Boeing 737 MAX 10 นั้น อาจมีความสำคัญต่อสถานะทางการแข่งขันของ Boeing มากยิ่งกว่า เพราะเป็นรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล MAX และเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงที่สุดของ Boeing สำหรับการแข่งขันกับเครื่องบินตระกูล Airbus A321neo ที่รองรับผู้โดยสารได้มากกว่า โดย Ryanair ได้สั่งซื้อ MAX 10 จำนวน 150 ลำ พร้อมออปชันเพิ่มเติมอีก 150 ลำ และระบุว่าคาดว่าเครื่องบินจะได้รับการรับรองในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ก่อนเริ่มส่งมอบในช่วงต้นปีหน้า ขณะที่ United Airlines, Alaska Airlines และ Delta Air Lines ต่างก็เป็นลูกค้ารายสำคัญของรุ่นนี้เช่นกัน โดยแต่ละสายการบินมีคำสั่งซื้อเกิน 100 ลำ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเป้าหมายการผลิต 47 ลำต่อเดือนจึงมีความสำคัญมากกว่าตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะ Boeing ยังมีคำสั่งซื้อเครื่องบิน MAX ค้างส่งจำนวนมหาศาลที่ต้องเร่งดำเนินการ และการรับรอง MAX 7 กับ MAX 10 ที่ใกล้จะเกิดขึ้น จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้บริษัทต้องส่งมอบเครื่องบินได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขยับสู่กำลังการผลิต 47 ลำต่อเดือน การเปิดสายการผลิตใหม่ที่เมือง Everett และการเดินหน้าสู่ 52 ลำต่อเดือนในช่วงต้นปี 2027 ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของแผนฟื้นตัวของ Boeing และการกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องของโครงการเครื่องบินลำตัวแคบของบริษัท
ที่มา
https://simpleflying.com/boeing-meets-requirement-boost-737-max-output-47-jets-month-ceo/
ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้